นาฬิกาบนผนังหินอ่อนของห้องสวีทชั้นห้าสิบโรงแรมวงศ์ทองเพิร์ลชี้ไปที่ตีสองตรง แสงเมืองกรุงเทพฯ ระยิบระยับผ่านกระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน ราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดถูกโปรยลงบนผืนผ้าดำสนิท ตึกสูงระฟ้าเรียงรายเป็นแนวเส้นขอบฟ้าที่กระพริบไม่หยุด เสียงจังหวะการจราจรไกลๆ ลอยขึ้นมาเป็นจังหวะตุบๆ เบาๆ ห้าสิบชั้น เหมือนหัวใจของเมืองที่ยังเต้นอยู่แม้ยามดึก แอร์เย็นจัดพัดผ่านผิวหนังที่ยังร้อนผ่าวจากความชื้นริมเจ้าพระยาเมื่อครู่ กลิ่นวิสกี้เก่าแก่ที่เปิดขวดค้างไว้บนโต๊ะบาร์ผสมกับกลิ่นผ้าปูที่นอนไหมเปียกชื้นจากฝนที่เพิ่งตกปรอยๆ ก่อนเที่ยงคืน กลายเป็นกลิ่นที่ชวนให้มึนเมาโดยไม่ต้องดื่มแม้แต่คำ
อาทิตย์ วงศ์ทอง ยืนอยู่หน้ากระจกบานนั้น เสื้อทักซิโด้ถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตขาวที่ติดกระดุมไม่ครบ แขนเสื้อพับขึ้นสูงเผยให้เห็นเส้นเลือดดำที่ต้นแขน มือข้างหนึ่งกำแก้ววิสกี้ที่ยังไม่ได้จิบ มืออีกข้างยังถือโทรศัพท์ที่แสดงภาพถ่ายนิรนามนั้น คำว่า “พร้อมระเบิดเมื่อไหร่ก็ได้” ยังแสบตา เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆ แต่กลิ่นไม้กฤษณาที่ติดมากับลมหายใจของธีรเดช ศิริวัฒนา ยังวนเวียนอยู่ในโพรงจมูก ราวกับถูกฝังไว้ใต้ชั้นผิวหนัง
ประตูห้องสวีทถูกเคาะสามครั้ง หนักแน่นและไม่รีบร้อน อาทิตย์หันหลังช้าๆ หัวใจกระตุกแรงจนรู้สึกได้ที่ลำคอ เขารู้ดีว่าใครยืนอยู่ข้างนอก แม้จะไม่มีใครโทรมาบอก แม้จะไม่มีใครควรรู้ว่าเขาขึ้นมาที่นี่หลังงานกาล่า “ใคร” เขาถามเสียงแหบ ทั้งที่รู้คำตอบ
“เปิดประตูสิ อาทิตย์ วงศ์ทอง” เสียงทุ้มของธีรเดช ศิริวัฒนา ดังผ่านแผ่นไม้หนา “เราค้างคาเรื่องบนระเบียงไว้ ผมไม่ชอบปล่อยให้สัญญาค้างชำระ”
อาทิตย์เดินไปที่ประตู มือสั่นเล็กน้อยเมื่อหมุนลูกบิด ธีรเดช ศิริวัฒนา ยืนอยู่ในโถงทางเดินสว่างจ้า เสื้อทักซิโด้สีกรมท่ายังติดกระดุมครบ เนคไทหลวมเล็กน้อย ผมยุ่งนิดๆ จากสายลมริมน้ำ ดวงตาดำสนิทจ้องตรงมาไม่กะพริบ “คุณตามผมมาทำไม” อาทิตย์พูด น้ำเสียงพยายามเป็นกลางแบบห้องประชุม “โรงแรมนี้เป็นของวงศ์ทอง ผมมีสิทธิ์อยู่คนเดียว”
ธีรเดช ศิริวัฒนา ก้าวเข้ามาโดยไม่รอคำเชิญ ไหล่เฉียดไหล่ กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาและหินอ่อนเย็นพุ่งเข้าจมูกอาทิตย์อีกครั้ง “สิทธิ์หรือ อาทิตย์ วงศ์ทอง คุณพูดถึงสิทธิ์ทั้งที่เมื่อครู่บนระเบียงคุณมองลำคอผมเหมือนอยากกัด ผมมาเพื่อจบเรื่อง โครงการทองหล่อ อุบัติเหตุที่คุณปกปิด และ… สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไหล่ผมแตะอกคุณ”
อาทิตย์ปิดประตูตามหลัง เสียงคลิกดังก้องในห้องที่เงียบกริบ เขาหันไปมองธีรเดช ศิริวัฒนา ที่เดินตรงไปที่กระจกบานใหญ่ ยืนมองเส้นขอบฟ้าเหมือนกำลังประเมินมูลค่าเมืองทั้งเมือง “คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่” อาทิตย์พูด แต่เท้ากลับพาเขาเดินตามไปใกล้ “ตระกูลเราเป็นศัตรูกันมานานหลายสิบปี ศิริวัฒนาขุดเพชรจากดินที่เปื้อนเลือด วงศ์ทองสร้างโรงแรมบนโครงกระดูกคนงาน เราไม่ควรยืนอยู่ในห้องเดียวกัน”
ธีรเดช ศิริวัฒนา หันมาช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปาก “แล้วทำไมคุณยังไม่ไล่ผมออก อาทิตย์ วงศ์ทอง ทำไมมือคุณยังกำแก้วแน่นจนข้อนิ้วขาว ทำไมสายตาคุณยังไถลลงไปที่ลำคอผมเหมือนเมื่อครู่” เขาถอดเสื้อทักซิโด้ออกอย่างช้าๆ วางพาดพนักเก้าอี้หนัง เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตที่แนบเนื้อ เส้นกล้ามเนื้อไหล่ชัดเจนใต้ผ้าบาง “ผมเห็นภาพถ่ายนั้นด้วย คุณคิดว่าผมโง่หรือ ใครบางคนกำลังจะระเบิดเราทั้งคู่ แล้วคุณยังยืนพูดเรื่องศัตรู”
อาทิตย์วางแก้วลงบนโต๊ะบาร์ เสียงแก้วกระทบหินอ่อนดังกริ๊ง “ใครส่งมา ธีรเดช ศิริวัฒนา คุณรู้หรือเปล่า” เขาเดินเข้าใกล้อีกก้าว อากาศเย็นจากแอร์ปะทะผิวหนังที่ร้อนขึ้นทุกที “ถ้าเป็นฝีมือศิริวัฒนา ผมจะ—”
“จะทำอะไร” ธีรเดช ศิริวัฒนา ตัดบท เสียงต่ำและคม “จะทำลายผมเหมือนที่ตระกูลคุณทำลายหลักฐานการถล่มโครงสร้างโรงแรมเก่าหรือ อาทิตย์ วงศ์ทอง คนงานสามคนหายสาบสูญ แล้วคุณนอนหลับสบายใต้ผ้าไหมแบบนี้ทุกคืนหรือ” เขาชี้ไปที่เตียงขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าไหมสีเทาเข้ม ยังมีรอยชื้นจากฝนที่ซึมเข้ามาทางระเบียงเมื่อครู่ “ผมก็เหมือนกัน เหมืองเพชรของผมฝังคนไว้ใต้ดิน แล้วปลูกดอกไม้ทับ เราทั้งคู่สกปรกพอๆ กัน”
ความเงียบปกคลุมห้อง เสียงจราจรไกลๆ ตุบๆ ลอยขึ้นมา อาทิตย์รู้สึกเหงื่อเย็นผุดที่ต้นคอ แม้แอร์จะเย็นจัด ไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดบนระเบียงยังลุกโชน เขาอยากจะผลักธีรเดช ศิริวัฒนา ออกไปให้ไกล แต่ฝ่ามือกลับกำแน่นข้างลำตัว “พอได้แล้ว ออกไป เราคุยเรื่องโครงการที่โต๊ะเจรจาพรุ่งนี้”
ธีรเดช ศิริวัฒนา ก้าวเข้ามาจนอกเกือบชนอก ลมหายใจอุ่นๆ พัดผ่านใบหน้าของอาทิตย์ “พรุ่งนี้เราจะทำลายกัน อาทิตย์ วงศ์ทอง แต่คืนนี้… คืนนี้ร่างกายคุณบอกอย่างอื่น” มือของเขาชี้เบาๆ ที่อกของอาทิตย์ที่ขึ้นลงแรง “หัวใจคุณเต้นรัว ผมได้ยินแม้จะห่างกันครึ่งเมตร”
อาทิตย์กลืนน้ำลาย เกราะภาษาธุรกิจเริ่มแตกร้าว “คุณคิดมาก ธีรเดช ศิริวัฒนา นี่คือความเกลียดชัง ไม่ใช่—”
“ไม่ใช่ความอยากได้หรือ” ธีรเดช ศิริวัฒนา กระซิบ แล้วเขาก็เอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ข้อมือของอาทิตย์ที่ยังกำแน่น “ผมรู้สึกไฟฟ้าเมื่อไหล่ผมปัดผ่านคุณ ผมรู้ว่าคุณรู้สึกเหมือนกัน คุณยืนนิ่งเพราะกลัวว่าถ้าขยับ ทุกอย่างจะพัง”
อาทิตย์ดึงมือหนี แต่แรงดึงดูดแรงกว่า เขาหันไปที่ประตู แล้วเดินตรงไปอย่างรวดเร็ว มือหมุนลูกบิดล็อกดังคลิกก้องห้อง “ผมล็อกประตูเพื่อจบการโต้เถียงนี้ ธีรเดช ศิริวัฒนา” เสียงของเขาแหบและสั่น “เราจะพูดให้จบ แล้วคุณจะออกไป เราจะทำลายกันพรุ่งนี้บนโต๊ะเจรจา โครงการทองหล่อจะเป็นของวงศ์ทอง แล้วคุณจะกลับไปกับเพชรดำของคุณ”
ธีรเดช ศิริวัฒนา ยืนนิ่งครู่หนึ่ง แล้วริมฝีปากก็เผยรอยยิ้มที่สั่นเครือ เขาเงยคางเล็กน้อย มือทั้งสองยกขึ้นช้าๆ ไปที่เนคไทของตัวเอง นิ้วยาวเรียวคลายปมอย่างตั้งใจ ดึงผ้าไหมสีกรมท่าออกช้าๆ ราวกับกำลังเปิดเผยบางอย่างที่ซ่อนมานาน “งั้นเหรอ อาทิตย์ วงศ์ทอง คุณล็อกประตูเพื่อจบการโต้เถียง” เนคไทหลุดจากคอ เขาโยนลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วผมจะตอบด้วยการคลายเนคไทตัวเองก่อน คุณเห็นไหม ผมไม่ถอย”
อากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเป็นศัตรูบริสุทธิ์พังทลายลงเหมือนกำแพงแก้วที่ถูกกระแทก อาทิตย์รู้สึกเลือดพุ่งขึ้นใบหน้าและทั่วร่าง เขาเดินเข้าไปหาธีรเดช ศิริวัฒนา อย่างช้าๆ มือทั้งสองยกขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสมอง ฝ่ามือวางลงบนไหล่ของธีรเดช ศิริวัฒนา ผ่านผ้าเชิ้ตบาง นิ้วมือเริ่มลากเส้นอย่างหมกมุ่น ไล่จากหัวไหล่ลงไปที่ต้นแขน วัดขนาดกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านแม้แอร์จะเย็นจัด “พรุ่งนี้เราจะทำลายกัน” อาทิตย์พึมพำเสียงต่ำ นิ้วมือยังคงแผนที่ไหล่ของธีรเดช ศิริวัฒนา อย่างละเอียด “ผมจะเอาที่ดินทองหล่อ ผมจะเปิดโปงอุบัติเหตุในเหมืองของคุณ ผมจะ—”
“แล้วคืนนี้ล่ะ” ธีรเดช ศิริวัฒนา ตัดบท เสียงแหบ “คืนนี้คุณจะทำอะไรกับมือที่กำลังคลำไหล่ผมแบบนี้” เขาไม่ถอย กลับก้าวเข้าใกล้อีก มือทั้งสองจับข้อมือของอาทิตย์อย่างรวดเร็ว ดึงขึ้นไปเหนือศีรษะ แล้วผลักให้หลังของอาทิตย์ชนกับกระจกบานใหญ่ เสียงกระทบเบาๆ ดังขึ้น ผิวหนังร้อนผ่าวของอาทิตย์สัมผัสกับกระจกเย็นเฉียบ เกิดความตัดกันที่ทำให้ตัวสั่น “ผมยึดข้อมือคุณไว้กับหน้าต่าง อาทิตย์ วงศ์ทอง คุณรู้สึกไหม ผมควบคุมคุณได้ แต่จริงๆ แล้วผมกลัว…”
อาทิตย์หายใจหอบ หลังติดกระจก เส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ระยิบระยับหลังศีรษะของธีรเดช ศิริวัฒนา กลิ่นวิสกี้เก่าและผ้าไหมเปียกชื้นอบอวล เสียงจราจรตุบๆ ลอยขึ้นมาห้าสิบชั้น ราวกับจังหวะหัวใจที่ซิงโครไนซ์ “กลัวอะไร ธีรเดช ศิริวัฒนา” เขาถาม น้ำเสียงพยายามแข็งแต่ล้มเหลว “กลัวว่าผมจะชนะประมูล หรือกลัวว่าคุณอยากได้มากกว่าเพชร”
ธีรเดช ศิริวัฒนา โน้มตัวเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะริมฝีปากของอาทิตย์ ระยะห่างแทบจะจูบได้ แต่เขายังไม่แตะ “กลัวว่าผมอยากได้คุณมากกว่าชัยชนะ อาทิตย์ วงศ์ทอง กลัวว่าไฟนี้จะเผาทุกอย่างที่ตระกูลเราสร้างมา” นิ้วมือของเขายังยึดข้อมืออาทิตย์แน่นกับกระจก แรงกดไม่เจ็บปวด แต่หนักแน่น แสดงถึงการครอบครองที่ทั้งสองฝ่ายยินยอม “คุณพูดถึงการทำลายกันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้มือคุณยังสั่นเมื่อผมแตะ คุณคิดว่าภาษาครอบงำนี้ปกปิดความหวาดกลัวได้หรือ”
อาทิตย์พยายามดึงมือหนี แต่แรงต้านกลับกลายเป็นการดึงเข้าใกล้ “ผมไม่กลัวคุณ ธีรเดช ศิริวัฒนา” เขาพูดเสียงสั่น “ผมเกลียดคุณ เกลียดที่คุณทำให้ผม—”
“ทำให้คุณอยากแตะต้อง” ธีรเดช ศิริวัฒนา เติมคำ แล้วปล่อยข้อมือข้างหนึ่ง มือว่างลากลงมาตามแขนของอาทิตย์ ผ่านข้อศอก ลงไปที่เอว นิ้วแตะเบาๆ ผ่านผ้าเชิ้ต “ผมรู้สึกเหมือนกัน อาทิตย์ วงศ์ทอง ผมอยากรู้ว่าผิวหนังใต้เสื้อคุณร้อนแค่ไหน อยากรู้ว่าถ้าผมโน้มเข้าไปอีกนิด คุณจะผลักหรือดึง”
อาทิตย์หลับตาครู่หนึ่ง แล้วลืมขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยไฟที่ไม่อาจดับ “ดึง” เขากระซิบ มือที่ถูกปล่อยว่างยกขึ้นไปแผนที่ไหล่ของธีรเดช ศิริวัฒนา อีกครั้ง นิ้วไล่เส้นกล้ามเนื้ออย่างหมกมุ่น รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนใต้ผิวหนัง “พรุ่งนี้เราจะทำลายกัน แต่คืนนี้… คืนนี้ผมยอมแพ้”
ธีรเดช ศิริวัฒนา หายใจแรงขึ้น มือที่ยึดข้อมืออีกข้างยังแน่น แต่แรงกดอ่อนลง กลายเป็นการยึดที่เชิญชวนมากกว่าบังคับ “ยอมแพ้หรือ อาทิตย์ วงศ์ทอง คุณล็อกประตู ผมคลายเนคไท แล้วตอนนี้เรายืนติดกระจกแบบนี้” เขาโน้มหน้าผากมาแตะกับหน้าผากของอาทิตย์ ผิวหนังร้อนผ่าวตัดกับอากาศเย็น “ผมครอบงำคุณด้วยการยึดข้อมือ แต่จริงๆ แล้วคุณครอบงำผมด้วยสายตาที่หิวโหยแบบนั้น คุณเห็นไหม เราทั้งคู่ใช้คำพูดแข็งกร้าวเพื่อปกปิดความหวาดกลัวว่าเราอยากได้ขนาดไหน”
อาทิตย์รู้สึกหัวใจเต้นรัวจนปวดอก มือทั้งสองเลื่อนขึ้นไปที่ต้นคอของธีรเดช ศิริวัฒนา นิ้วแตะเบาๆ ที่เส้นเลือดที่เต้นแรง “ผมอยากรู้ว่าคุณอุ่นแค่ไหนใต้ผิวนี้” เขาพึมพำ “อยากรู้ว่าถ้าผม—”
“ก็ทำสิ” ธีรเดช ศิริวัฒนา กระซิบ มือที่ยึดข้อมือเลื่อนลงมาจับเอวของอาทิตย์ ดึงเข้าใกล้อีก ร่างกายทั้งสองชนกันเบาๆ ผ่านผ้าบาง ความร้อนแผ่ซ่าน “แต่จำไว้ อาทิตย์ วงศ์ทอง ว่าพรุ่งนี้เราจะกลับไปเป็นศัตรู ผมจะเอาที่ดินทองหล่อ ผมจะใช้ทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุของคุณ”
“แล้วผมก็จะใช้ทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเหมืองของคุณ” อาทิตย์ตอบ นิ้วมือยังแผนที่ไหล่และต้นคออย่างไม่หยุด ราวกับกลัวว่าถ้าหยุด ภาพลวงตานี้จะหายไป “เราจะทำลายกันจนมอดไหม้ แต่คืนนี้… คืนนี้ผมต้องการไฟนี้”
ธีรเดช ศิริวัฒนา หัวเราะเบาๆ เสียงสั่นเครือ “ไฟที่เผาไหม้ทั้งคู่” เขาปล่อยเอว แล้วยกมือทั้งสองขึ้นไปวางบนกระจกสองข้างศีรษะของอาทิตย์ กักขังเขาไว้โดยไม่แตะต้องเกินจำเป็น “ผมยึดคุณไว้กับหน้าต่าง อาทิตย์ วงศ์ทอง คุณหนีไม่ได้ แต่คุณก็ไม่ได้อยากหนีใช่ไหม”
อาทิตย์เงยหน้า ริมฝีปากเกือบแตะ “ไม่หนี” เขายอมรับ มือเลื่อนลงไปที่อกของธีรเดช ศิริวัฒนา รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงพอๆ กัน “ผมเกลียดที่อยากได้คุณขนาดนี้ เกลียดที่ตระกูลเราเป็นศัตรูแต่ร่างกายทรยศ”
“ร่างกายไม่ทรยศ” ธีรเดช ศิริวัฒนา กระซิบใกล้หู “มันบอกความจริงที่ปากเราไม่กล้าพูด อาทิตย์ วงศ์ทอง คุณอยากได้ผม ผมอยากได้คุณ ความเกลียดชังกับความปรารถนามันไม่ต่างกันเมื่อมันลุกโชนขนาดนี้”
ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น นานหลายนาที ลมหายใจปนเป กลิ่นวิสกี้ ผ้าไหมเปียก และน้ำหอมผสมเป็นหนึ่ง แอร์เย็นพัดผ่านผิวหนังที่ร้อนผ่าว เกิดความตัดกันที่ทำให้ตัวสั่นสะท้าน นิ้วมือของอาทิตย์ยังไม่หยุดแผนที่ไหล่และหลังของธีรเดช ศิริวัฒนา ไล่เส้นกล้ามเนื้ออย่างหมกมุ่น ราวกับกำลังจดจำเพื่อใช้เป็นอาวุธในวันพรุ่งนี้ ธีรเดช ศิริวัฒนา ยังยึดข้อมือเป็นครั้งคราว ดึงขึ้นไปกับกระจก แล้วปล่อย แล้วดึงอีก ภาษาแห่งการครอบงำที่ทั้งสองใช้กลับกลายเป็นการยืนยันว่าทั้งคู่ยินยอมและหวาดกลัวพอๆ กัน
“คุณสั่น” อาทิตย์พูดเสียงแหบ เมื่อนิ้วแตะต้นคอของธีรเดช ศิริวัฒนา “แม้คุณจะพูดแข็ง”
“คุณก็เหมือนกัน” ธีรเดช ศิริวัฒนา ตอบ มือเลื่อนลงไปจับเอวอีกครั้ง ดึงให้สะโพกชนกันเบาๆ “ผมครอบงำคุณด้วยแรงกดที่ข้อมือ แต่คุณครอบงำผมด้วยการยอมให้ผมทำแบบนี้ คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือว่าคุณสามารถผลักผมออกได้ทุกเมื่อ”
อาทิตย์หลับตา “ผมไม่ผลัก เพราะถ้าผลัก ผมจะต้องยอมรับว่าไฟนี้จริง”
“มันจริง” ธีรเดช ศิริวัฒนา ยืนยัน แล้วโน้มลงไปแตะริมฝีปากเบาๆ กับขมับของอาทิตย์ ไม่ใช่จูบเต็มที่ แต่เป็นการสัมผัสที่เผาไหม้ “พรุ่งนี้เราจะนั่งโต๊ะเจรจา ผมจะพูดถึงจริยธรรม คุณจะพูดถึงความโปร่งใส แล้วเราจะทำลายกันด้วยเอกสารและหลักฐาน แต่คืนนี้… คืนนี้เรายอมแพ้ให้กัน”
อาทิตย์เปิดตา มือทั้งสองเลื่อนขึ้นไปกอดไหล่ของธีรเดช ศิริวัฒนา อย่างแน่นหนา “ยอมแพ้ชั่วคราว” เขาพึมพำ “แล้วพรุ่งนี้ผมจะไม่ยอม”
“ผมก็เหมือนกัน” ธีรเดช ศิริวัฒนา ยิ้มสั่นๆ แล้วยึดข้อมืออาทิตย์ขึ้นไปกับกระจกอีกครั้ง คราวนี้แรงกดนุ่มนวลกว่า นิ้วสอดประสาน “ดูสิ อาทิตย์ วงศ์ทอง เมืองทั้งเมืองอยู่ข้างหลังคุณ แสงไฟกระพริบ รถวิ่ง ชีวิตดำเนินต่อไป ห้าสิบชั้นข้างล่างไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังทำอะไรที่นี่”
“ไม่มีใครรู้” อาทิตย์ซ้ำ แต่ในใจเขานึกถึงภาพถ่ายนิรนาม “หรือมี”
ธีรเดช ศิริวัฒนา เงียบไปครู่ แล้วโน้มเข้าไปใกล้จนลมหายใจปนเป “ถ้ามี เราก็เผาไหม้ด้วยกัน” มือที่ว่างลากลงมาตามลำตัวของอาทิตย์ ผ่านอก ผ่านเอว หยุดที่สะโพก “ผมอยากจำความรู้สึกนี้ไว้ ก่อนที่เราจะกลับไปเกลียดกัน”
อาทิตย์ตอบสนองด้วยการแผนที่หลังของธีรเดช ศิริวัฒนา อย่างละเอียด นิ้วกดเบาๆ ตามแนวกระดูกสันหลัง รู้สึกถึงการสั่น “จำไว้ แล้วใช้มันเป็นอาวุธ”
“อาวุธที่คมที่สุด” ธีรเดช ศิริวัฒนา เห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็จมดิ่งลงไปในความเงียบที่เต็มไปด้วยการสัมผัส ลมหายใจ กลิ่น และความร้อน เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว มือเลื่อน ร่างกายโน้มเข้าหากัน ข้อมือถูกยึดและปล่อย สายตาจ้องเขม็ง ภาษาครอบงำถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ผมควบคุมคุณ” “คุณหนีไม่ได้” “ผมจะทำลายคุณพรุ่งนี้” แต่ทุกคำล้วนปกปิดความหวาดกลัวว่าความอยากได้นี้ลึกซึ้งเกินกว่าจะดับได้ด้วยการประมูลหรือการเปิดโปง
แสงเมืองค่อยๆ เปลี่ยนจากสีทองเป็นสีเทาอ่อน รุ่งอรุณเริ่มแทรกเข้ามาทางขอบฟ้า อาทิตย์รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าปนความพึงพอใจที่แปลกประหลาด เขายังยืนติดกระจก ธีรเดช ศิริวัฒนา ยังยืนประชิด มือทั้งสองยังแตะต้องกันเป็นครั้งคราว ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อย ทุกอย่างจะกลับไปเป็นศัตรูทันที
“เช้าแล้ว” อาทิตย์พูดเสียงแหบ “คุณต้องไป ธีรเดช ศิริวัฒนา”
ธีรเดช ศิริวัฒนา พยักหน้าช้าๆ แต่ยังไม่ขยับ “อีกนาที” เขากระซิบ แล้วยึดข้อมืออาทิตย์ขึ้นไปกับกระจกครั้งสุดท้าย แรงกดอ่อนโยน “จำไว้ว่าคืนนี้คุณล็อกประตู ผมคลายเนคไท แล้วเรายอมแพ้ให้กัน”
อาทิตย์พยักหน้า “จำไว้ แล้วพรุ่งนี้ผมจะลืม”
“ผมก็เหมือนกัน” ธีรเดช ศิริวัฒนา ปล่อยมือ ถอยหลังช้าๆ เก็บเนคไทจากพื้น ใส่เสื้อทักซิโด้ แล้วเดินไปที่ประตู หยุดหันกลับมามอง “ไว้เจอกันที่โต๊ะเจรจา อาทิตย์ วงศ์ทอง แล้วดูซิว่าใครจะยอมแพ้ก่อน… อีกครั้ง”
เขาเปิดประตู เดินออกไป เสียงคลิกเมื่อปิดดังก้อง อาทิตย์ยืนนิ่งหน้ากระจก หลังยังรู้สึกเย็นจากกระจก ผิวหนังยังร้อนจากร่องรอยการสัมผัส เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลบเกลื่อนไฟที่ยังลุกไหม้
แสงรุ่งอรุณสาดเข้ามาเต็มที่ เมืองกรุงเทพฯ เริ่มสว่าง เสียงจราจรดังขึ้น อาทิตย์หันไปรอบห้อง แล้วสายตาหยุดชะงักที่มุมเพดานใกล้ระเบียง มองเห็นจุดสีแดงเล็กๆ กระพริบช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ ไฟ LED ของกล้องวงจรปิดที่เขานึกว่าปิดระบบไปแล้วเมื่อคืน ยังกระพริบแดง ไม่เคยดับ
เลือดในร่างอาทิตย์เย็นยะเยือกอีกครั้ง ไฟแห่งความปรารถนาผสมกับความหวาดกลัวที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ใครบางคนเฝ้าดูมาตลอด ใครบางคนรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องสวีทชั้นห้าสิบนี้ และภาพถ่ายเมื่อคืนอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
อาทิตย์ วงศ์ทอง ยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจยังเต้นรัวจากทั้งการยอมแพ้เมื่อครู่และไฟแดงที่กระพริบ เขารู้ดีว่าจากนี้ไป ความเป็นศัตรูกับธีรเดช ศิริวัฒนา จะไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินทองหล่อหรืออุบัติเหตุที่ปกปิดอีกต่อไป มันคือไฟที่ถูกบันทึกไว้แล้ว และพร้อมระเบิดเมื่อใดก็ได้
แสงเช้าสาดส่อง กลิ่นวิสกี้และผ้าไหมยังอบอวล และจุดแดงนั้นยังกระพริบไม่หยุด ราวกับดวงตาที่จ้องมองความลับที่ไม่อาจลบได้