อากาศยามค่ำคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้นแน่นไปด้วยความชื้นที่เกาะติดผิวหนังราวกับผ้าไหมเปียกชื้น กลิ่นมะลิจากพวงมาลัยที่แขวนประดับตามเสาเรือนแพและกลิ่นดินเลนจากสายน้ำผสมผสานกันจนกลายเป็นน้ำหอมดิบเถื่อนที่ลอยคลุ้งไปทั่ว แสงสีทองจากโคมไฟลอยน้ำนับร้อยดวงสะท้อนระยิบระยับบนผิวน้ำสีเข้ม ราวกับเพชรเม็ดงามที่ถูกโยนทิ้งลงไปในความมืดมิด เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ ผสมกับเสียงเครื่องสายของวงควอเต็ตที่บรรเลงทำนองช้าๆ จากมุมระเบียง ชุดราตรีไหมและทักซิโด้ตัดเย็บประณีตพลิ้วไหวตามสายลมเย็นที่พัดมาจากแม่น้ำ
อาทิตย์ วงศ์ทอง ยืนอยู่ใกล้ขอบระเบียงไม้สักขัดเงา มือข้างหนึ่งถือแก้วแชมเปญที่ยังไม่ได้จิบแม้แต่คำเดียว ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วงานกาล่าการกุศลที่จัดขึ้นเพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนริมน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาในชุดทักซิโด้สีดำสนิทดูเคร่งขรึมเกินกว่าจะเข้ากับบรรยากาศหรูหรา เขาเป็นทายาทตระกูลวงศ์ทอง เจ้าของเครือโรงแรมหรูที่แผ่ขยายไปทั่วกรุงเทพฯ และตอนนี้กำลังแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อชิงสิทธิ์พัฒนาที่ดินทองหล่อติดริมน้ำ ซึ่งทุกคนในวงการเรียกกันว่า “โครงการเจ้าพระยาเพิร์ล”
“โครงการนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ” อาทิตย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ เสียงต่ำและคมเหมือนมีดโกน “มันคืออนาคตของวงศ์ทอง”
สายตาของเขาหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาร่างสูงสง่าเดินเข้ามาจากฝูงชน ธีรเดช ศิริวัฒนา ทายาทจักรวรรดิอัญมณีศิริวัฒนา ปรากฏตัวในชุดทักซิโด้สีกรมท่าเข้มที่ตัดกับผิวสีแทนอ่อนๆ อย่างลงตัว เส้นคอด้านข้างของเขาโดดเด่นใต้แสงโคม กล้ามเนื้อคอขยับเล็กน้อยเมื่อเขาก้มรับแก้วแชมเปญจากบริกร อาทิตย์รู้สึกถึงบางอย่างที่ร้อนผ่าวในอก ราวกับไฟที่ถูกจุดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต เขากลืนน้ำลายและบังคับตัวเองให้หันไปมองแม่น้ำแทน แต่สายตาก็ยังเหลือบกลับไปที่ลำคอของธีรเดชอีกครั้ง ราวกับถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็กที่ซ่อนเร้น
ธีรเดชเดินตรงมาหาเขาโดยไม่ลังเล รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากดูเย็นชาและคำนวณได้เหมือนการประเมินมูลค่าเพชรเม็ดใหญ่ “อาทิตย์ วงศ์ทอง” เสียงของเขาทุ้มนุ่มแต่คมกริบ “ไม่นึกว่าจะเจอทายาทโรงแรมหรูยืนอยู่คนเดียวริมระเบียงแบบนี้ คิดถึงสัญญาที่ดินทองหล่ออยู่หรือเปล่า”
อาทิตย์หันกลับมาช้าๆ เกราะแห่งภาษาห้องประชุมถูกสวมใส่ทันที “ธีรเดช ศิริวัฒนา ข้อเสนอของศิริวัฒนายังต่ำเกินไปสำหรับทำเลริมน้ำขนาดนั้น วงศ์ทองพร้อมเสนอแพ็กเกจที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม คุณคงรู้ดีว่าคณะกรรมการพัฒนาเมืองกำลังจับตามองเรื่องจริยธรรม”
ธีรเดชหัวเราะเบาๆ เสียงนั้นสั่นสะเทือนในอากาศชื้น “จริยธรรมหรือ อาทิตย์ คุณพูดราวกับว่าตระกูลวงศ์ทองไม่เคยปกปิดอุบัติเหตุก่อสร้างมาก่อน ผมได้ยินมาว่ามีคนงานหายไปในโครงการเก่าของคุณที่สุขุมวิท แต่ไม่มีใครพูดถึง เพราะเงินมันเงียบกว่าเสียงร้องไห้”
อากาศรอบตัวทั้งคู่ร้อนขึ้น แม้สายลมจากแม่น้ำจะพัดผ่าน อาทิตย์รู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นที่ต้นคอ เขาก้าวเข้าใกล้อีกก้าว กลิ่นน้ำหอมของธีรเดช—โน้ตของไม้กฤษณาผสมกับกลิ่นหินอ่อนเย็น—ลอยเข้าจมูกเขา “อย่าเล่นเกมสกปรกกับผม ธีรเดช โครงการทองหล่อจะเป็นของวงศ์ทอง เพราะเราคิดถึงชุมชน ไม่ใช่แค่กำไรจากเพชรที่คุณขุดจากดินแดนที่คนอื่นตาย”
ธีรเดชเอียงคอเล็กน้อย แสงโคมสะท้อนบนลูกตาดำสนิทของเขา เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบจะชนไหล่ “ชุมชนหรือ อาทิตย์ คุณใช้คำพูดสวยหรูเหมือนโบรชัวร์โรงแรม แต่ผมเห็นสายตาคุณ มันไม่ได้มองที่สัญญา มันมองที่นี่” เขาชี้เบาๆ ที่ลำคอตัวเองโดยไม่แตะ แล้วหัวเราะอีกครั้ง “คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือว่าคุณจ้องมาตั้งแต่ผมเดินเข้ามา”
อาทิตย์รู้สึกเลือดพุ่งขึ้นใบหน้า แต่เขาก็ไม่ถอย “ผมจ้องเพราะกำลังประเมินคู่แข่ง ธีรเดช ศิริวัฒนา รู้ดีว่าการเจรจาธุรกิจต้องอ่านภาษากาย ตอนนี้ภาษากายของคุณบอกว่าคุณกำลังกลัวที่จะแพ้ประมูล”
“กลัว?” ธีรเดชกระซิบ เสียงต่ำจนแทบกลืนไปกับเสียงเครื่องสาย “ผมไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นความจริงที่ว่าคืนนี้ผมอยากจะ…” เขาหยุดกลางคัน ริมฝีปากเม้มแน่น แล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็น “อยากจะเห็นคุณยอมแพ้ต่อหน้าทุกคน”
ทั้งคู่ยืนหันหน้าเข้าหากัน ระยะห่างเพียงแค่แขน กลิ่นมะลิและดินเลนอบอวล แสงโคมลอยน้ำส่องประกายบนใบหน้าทั้งสอง อาทิตย์รู้สึกหัวใจเต้นรัว ราวกับจะทะลุซี่โครง เขาบังคับให้ตัวเองพูดต่อด้วยน้ำเสียงห้องประชุม “ข้อเสนอสุดท้ายของวงศ์ทองจะถูกส่งพรุ่งนี้เช้า ธีรเดช คุณควรเตรียมตัวยอมรับความพ่ายแพ้ โครงการนี้ต้องการความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ความงามของเพชรดำ”
ธีรเดชโน้มตัวเข้าไปอีกนิด ลมหายใจอุ่นๆ พัดผ่านใบหูของอาทิตย์ “ความรับผิดชอบหรือ อาทิตย์ แล้วความปรารถนาล่ะ คุณจะรับผิดชอบมันได้ไหม” มือของเขายกแก้วแชมเปญขึ้นแตะเบาๆ กับแก้วของอาทิตย์ เสียงแก้วกระทบกันดังกริ๊งในความเงียบชั่วขณะ “เราพูดถึงสัญญา แต่ร่างกายคุณสั่นเล็กน้อยเมื่อผมเข้าใกล้ คุณคิดว่าผมไม่สังเกตหรือ”
อาทิตย์กลืนน้ำลายอีกครั้ง สายตาเขาไถลลงไปที่ลำคอของธีรเดชโดยไม่ตั้งใจ เห็นเส้นเลือดดำเต้นเบาๆ ใต้ผิวหนัง เขาอยากจะ… ไม่ เขาห้ามคิดแบบนั้น “อย่าบิดเบือนประเด็น ธีรเดช นี่คือธุรกิจ ไม่ใช่เกมส่วนตัว”
“ธุรกิจและเกมส่วนตัวมันไม่ต่างกันหรอก” ธีรเดชตอบ น้ำเสียงเย็นเยียบแต่แฝงความร้อน “ตระกูลเราแข่งกันมานาน โรงแรมหรูกับอัญมณี แต่คืนนี้บนระเบียงนี้ ผมเห็นบางอย่างที่สกปรกกว่าการประมูล ที่ดินทองหล่อจะกลายเป็นสนามรบ แต่คุณ… คุณอาจจะเป็นเชลยศึก”
อาทิตย์รู้สึกไฟลุกโชนในอก เขาอยากจะผลักธีรเดชออกไป แต่ฝ่ามือกลับกำแน่นข้างลำตัว “คุณคิดมากไปแล้ว ธีรเดช ศิริวัฒนา ผมมาที่นี่เพื่อระดมทุนการกุศล ไม่ใช่มาฟังเรื่องเพ้อฝัน”
ธีรเดชยิ้มกว้างขึ้น ฟันขาวเรียงตัวสวย “เพ้อฝันหรือ แล้วทำไมคุณยังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่เดินหนี” เขาหันหลังให้เล็กน้อย แล้วเดินวนรอบอาทิตย์ช้าๆ เหมือนนักล่าที่กำลังวนเวียนเหยื่อ กลิ่นน้ำหอมของเขาวนเวียนตาม “อากาศชื้นขนาดนี้ ชุดทักซิโด้ของคุณคงร้อน ผมเห็นเหงื่อที่ขมับคุณ”
อาทิตย์หันตาม ร่างกายตึงเครียด “พอได้แล้ว ธีรเดช เรากลับไปคุยเรื่องโครงการ ถ้าศิริวัฒนาอยากชนะ คุณต้องเสนอแผนที่โปร่งใส ไม่ใช่ใช้เงินซื้อความเงียบเหมือนที่เคยทำกับอุบัติเหตุในเหมืองเพชร”
“อุบัติเหตุ?” ธีรเดชหยุดตรงหน้าเขาอีกครั้ง ดวงตาแคบลง “คุณกล้าพูดเรื่องนั้น อาทิตย์ วงศ์ทอง ทั้งที่ตระกูลคุณปกปิดการถล่มของโครงสร้างโรงแรมเก่าจนคนงานสามคนหายสาบสูญ แล้วคุณมาสอนผมเรื่องจริยธรรม”
ความตึงเครียดพุ่งสูง เสียงเครื่องสายดังขึ้นชั่วขณะ ราวกับรู้ตัวว่าต้องกลบเกลื่อน “อย่างน้อยวงศ์ทองก็จ่ายค่าชดเชย” อาทิตย์ตอบเสียงแข็ง “ไม่เหมือนศิริวัฒนาที่ฝังทุกอย่างใต้ดินแล้วปลูกดอกไม้ทับ”
ธีรเดชหัวเราะดังขึ้น เสียงนั้นทำให้หลายสายตาหันมามอง แต่เขาก็ไม่สนใจ “จ่ายค่าชดเชยแล้วนอนหลับสบายหรือ อาทิตย์ ผมไม่เชื่อ คุณมีเงาใต้เปลือกตา มันบอกว่าคุณฝันร้ายทุกคืนเหมือนผม”
ทั้งคู่เงียบไปชั่วขณะ เสียงแชมเปญและเสียงหัวเราะจากฝูงชนลอยมาจากด้านใน แต่บนระเบียงนี้มีเพียงลมชื้นและแสงโคม อาทิตย์รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจปฏิเสธ เขาอยากจะแตะต้องผิวหนังที่ลำคอของธีรเดช อยากจะรู้ว่ามันอุ่นแค่ไหน อยากจะ… เขาบีบแก้วแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“พอเถอะ” อาทิตย์พูดเสียงแหบ “คืนนี้จบลงตรงนี้ ผมจะไม่คุยเรื่องส่วนตัวกับคุณอีก”
ธีรเดชจ้องเขานาน “แล้วคุณจะทำอย่างไรเมื่อร่างกายคุณทรยศคำพูด” เขาก้าวเข้าไปจนอกเกือบชนอก “ผมเห็นคุณ อาทิตย์ วงศ์ทอง ผมเห็นไฟในดวงตาคุณ มันไม่ใช่ไฟแห่งการแข่งขัน มันคือไฟแห่งความอยากได้”
อาทิตย์หายใจแรงขึ้น “คุณบ้าไปแล้ว”
“บางทีผมอาจบ้า” ธีรเดชกระซิบ “แต่คุณก็เหมือนกัน” แล้วเขาก็เดินผ่านไป
การสัมผัสเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ไหล่ของธีรเดชปัดผ่านอกของอาทิตย์ มือของเขาแตะเบาๆ ที่เอวของอาทิตย์ผ่านผ้าทักซิโด้ การสัมผัสนั้นยาวนานกว่าที่ควรจะเป็นครึ่งวินาที ผิวหนังใต้ผ้าไหมร้อนผ่าว อาทิตย์รู้สึกถึงไฟฟ้าวิ่งจากจุดสัมผัสไปทั่วร่าง หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ แล้วก็เต้นรัวราวกับจะระเบิด ธีรเดชหยุดนิ่งครู่หนึ่ง หลังสัมผัส ดวงตาทั้งคู่สบกันในระยะใกล้มาก ลมหายใจปนเปกัน กลิ่นมะลิ ดินเลน และน้ำหอมผสมเป็นหนึ่งเดียว
ในเสี้ยววินาทีนั้น ความเป็นศัตรูบริสุทธิ์พังทลายลง แทนที่ด้วยการรับรู้ร่วมกันถึงความปรารถนาที่ลุกโชน อาทิตย์เห็นมันในดวงตาของธีรเดช—ความหิวกระหายที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา ธีรเดชเห็นมันในสายตาของอาทิตย์—ความอ่อนแอที่ถูกเกราะภาษาธุรกิจปกคลุม ร่างกายทั้งสองส่งสัญญาณหิวโหย แม้ปากจะยังพูดถึงสัญญา
ธีรเดชถอยออกช้าๆ รอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันสั่นเครือเล็กน้อย “ไว้เจอกันที่โต๊ะเจรจา อาทิตย์ วงศ์ทอง แล้วดูซิว่าใครจะยอมแพ้ก่อน”
เขาเดินจากไป หายเข้าไปในฝูงชน เหลืออาทิตย์ยืนตัวแข็งทื่อริมระเบียง มือที่เคยถือแก้วตอนนี้สั่นเล็กน้อย เขาวางแก้วลงบนราวไม้ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลบเกลื่อนไฟที่ยังลุกไหม้อยู่ใต้ผิวหนัง
สายลมพัดแรงขึ้น โคมไฟลอยน้ำสั่นไหว แสงสีทองระยิบบนน้ำ อาทิตย์ยังรู้สึกถึงร่องรอยของการสัมผัสนั้น ราวกับถูกตีตราไว้ เขาพึมพำ “บ้าเอ๊ย…”
ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อในสั่นเบาๆ อาทิตย์หยิบออกมา หน้าจอสว่างขึ้นด้วยภาพถ่ายนิรนาม ภาพของเขากับธีรเดชที่ยืนใกล้กันเกินไปบนระเบียง ใบหน้าทั้งสองหันเข้าหากัน ระยะห่างแทบจะจูบได้ ภาพมีตราประทับเวลาชัดเจน วันที่และเวลาของคืนนี้ และข้อความสั้นๆ ใต้ภาพ: “พร้อมระเบิดเมื่อไหร่ก็ได้”
เลือดในร่างอาทิตย์เย็นยะเยือก ไฟแห่งความปรารถนาผสมกับความหวาดกลัว เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝูงชน ค้นหาเงาร่างของธีรเดช แต่เห็นเพียงแสงโคมและเงามืด แม่น้ำเจ้าพระยายังไหลเชี่ยวกราก นำพาโคมไฟลอยน้ำไปไกล ราวกับนำพาความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผย
อาทิตย์กำโทรศัพท์แน่น หัวใจยังเต้นรัวจากทั้งการสัมผัสและภาพถ่าย เขาไม่รู้ว่าใครส่งมา แต่เขารู้ว่าคืนนี้ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของสงครามที่ดินทองหล่อ มันคือจุดเริ่มต้นของไฟที่อาจเผาไหม้ทุกอย่างจนมอดไหม้
แสงโคมยังส่องประกาย เสียงเครื่องสายยังดังต่อเนื่อง และอากาศชื้นยังข้นแน่นไปด้วยมะลิและดินเลน อาทิตย์ วงศ์ทอง ยืนอยู่คนเดียว รู้ดีว่าจากนี้ไป ความเป็นศัตรูกับธีรเดช ศิริวัฒนา จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป