คืนนั้นพวกเขาไม่ได้ขึ้นไปที่ตู้เซฟทันทีเหมือนคนในละครที่วิ่งตามเสียงขู่
กมลวรรณ ประเสริฐสุขยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานชั้นบนเกือบนาทีเต็มก่อนแตะรหัส เธอไม่พูด ธีรวัฒน์ แสงสุขก็ไม่ถาม เขายืนห่างออกไปครึ่งก้าว เห็นเพียงไหล่ของเธอแข็งขึ้นทุกครั้งที่ไฟแสดงสถานะบนตู้เซฟเปลี่ยนสี
ในตู้เซฟไม่ได้มีไฟล์เสียง
มีแฟ้มเจ้าหนี้เก่าสองชุด สำเนาบันทึกการประชุมที่ไม่เคยเข้าระบบกลาง และซองกระดาษสีน้ำตาลที่เขียนด้วยลายมือของพ่อเธอว่า “ช่างกับโรงฟอก—อย่าให้ถูกตัดเหมือนเศษหนัง”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขเปิดซองนั้นเพียงครึ่งเดียว แล้วหยุดเมื่อเห็นบันทึกแนบท้ายที่มีลายมือเดิม
**“ถ้าต้องเลือกให้ตัวเลขสวยหรือให้ช่างรอด เลือกให้มีคนเหลือทำกระเป๋าให้ลูกก่อน”**
นิ้วของเธอค้างอยู่บนเส้นหมึกนั้นนานเกินกว่าจะเป็นการอ่านธรรมดา
แสงไฟในห้องทำงานนิ่งมาก แต่เงาใต้ข้อนิ้วของเธอสั่น เธอพลิกกระดาษกลับด้าน วางคว่ำลงบนโต๊ะเหมือนไม่ยอมให้ประโยคนั้นมองเธอต่อหน้า แล้วปิดซองกลับเร็วเกินไป ราวกับกระดาษแผ่นนั้นร้อนกว่าไฟ
ธีรวัฒน์ แสงสุขไม่แตะเอกสาร เขาอ่านเท่าที่เธออนุญาตให้เห็น
เวลา 01:47 น. กมลวรรณ ประเสริฐสุขโทรหาหัวหน้าทีมระบบโดยใช้เบอร์ส่วนตัว ไม่ใช่ช่องทางบริษัท เธอไม่ได้สั่ง “ลบ” ไม่ได้สั่ง “ปิดข่าว” แต่สั่งให้เปิด incident log ชั่วคราวภายใต้อำนาจ CEO และเก็บพยานหลักฐานทุกขั้นตอน
เวลา 02:18 น. เจ้าหน้าที่ไอทีสองคนเข้ามาทางลิฟต์บริการพร้อมโน้ตบุ๊กสำรองและอุปกรณ์อ่าน log แบบ read-only ธีรวัฒน์ แสงสุขถอยออกจากคอนโซลทันที เขานั่งเก้าอี้ข้างผนัง วางปากกาไว้บนกระดาษ A4 เปล่า และให้คนของบริษัทเป็นคนเชื่อมต่อระบบทั้งหมด
บนจอเล็กของทีมระบบ แถบดาวน์โหลดสีเทาวิ่งไปถึง 63% แล้วถูกตัดขาด
บัญชีคลาวด์สำรองปลายทางหนึ่งถูกระงับทันก่อนดาวน์โหลดครบ แต่อีกปลายทางถูกรีเลย์ออกไปแล้วโดยไม่มีชื่อผู้ใช้ตรง ๆ เหลือเพียงรอยสิทธิ์ผ่านเครื่องกลางกับเวลาเข้าถึงที่ซ้อนกันเหมือนรอยเย็บหลายชั้นบนหนังเก่า
เวลา 03:06 น. ธีรวัฒน์ แสงสุขยืนหน้ากระดานไวท์บอร์ดในห้องทำงานของกมลวรรณ ประเสริฐสุข เขาไม่ได้เขียนชื่อคน เขาวาดเส้นสามเส้น
เส้นแรกจาก **BOARD_RECORDING_RAW_07** ไปยังคลาวด์สำรองที่ถูกตัด
เส้นที่สองจากรายงานโลจิสติกส์ไปยัง data room ที่มีบรรทัดโรงฟอกหายไป
เส้นที่สามจากเมทาดาทาเสียงบอร์ดไปยังชื่อเอกสารครอบครัวที่ไม่ควรโผล่ในระบบธุรกิจเลย: **สัญญาสมรส_ประเสริฐสุข**
เขาวางปากกาลง แล้วสรุปได้สามเรื่องก่อนฟ้าสาง
หนึ่ง ไฟล์ **BOARD_RECORDING_RAW_07** ไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์หลักแล้ว แต่การลบเดิมทิ้งรอยไว้พอให้รู้ว่าเคยถูกดึงออกไปก่อนคำสั่งลบอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
สอง รายงานโลจิสติกส์ที่ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เตรียมส่งบอร์ดมีบรรทัดโรงฟอกหายไปตรงกับช่วงที่มีการแก้สิทธิ์ใน data room
สาม ชื่อไฟล์เก่าในเมทาดาทาของเสียงบอร์ดโยงไปยังเอกสารครอบครัวที่ไม่ควรโผล่ในระบบธุรกิจเลย: **สัญญาสมรส_ประเสริฐสุข**
การดาวน์โหลดไฟล์เสียงถูกขวางไว้ได้เพียงปลายทางหนึ่ง ทีมไอทีที่กมลวรรณ ประเสริฐสุขเรียกเข้ามาเงียบ ๆ ตอนตีสองเป็นคนปิดบัญชีคลาวด์สำรองและเก็บ log สด ธีรวัฒน์ แสงสุขไม่ได้แตะคอนโซลเอง เขานั่งข้างทีมระบบ วาดเส้นทางความเป็นไปได้บนกระดาษเหมือนกำลังดูรอยตะเข็บบนหนังเก่า
เขาเคยเริ่มจากงานซ่อมหนังในเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ก่อนย้ายไปทำตรวจสอบซัพพลายเชนให้แบรนด์ต่างประเทศ และเคยอยู่ในโครงการ digital forensic ของบริษัทตรวจสอบบัญชีหนึ่งปีครึ่ง นั่นไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่าง แต่มันทำให้เขารู้ว่ารอยที่คนอยากลบมักไม่หายไปพร้อมผิวหน้า
คนลงมือเก็บหลักฐานคือทีมระบบ
คนออกแบบว่าจะหลอกให้รอยต่อไปโผล่ตรงไหนคือเขา
ก่อนเจ็ดโมงเช้า กมลวรรณ ประเสริฐสุขนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานโดยยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเปิดเอกสารบันทึกถึงบอร์ดฉบับสั้น ไม่ใช่ฉบับสำหรับเผยแพร่ ไม่ใช่ฉบับแก้ตัว และไม่ใช่ฉบับที่ทำให้เธอดูสะอาดกว่าเดิม
เธอพิมพ์ด้วยตัวเอง
> มีการตรวจพบร่องรอยการเข้าถึงไฟล์บันทึกการประชุมดิบซึ่งไม่ควรอยู่ในระบบปฏิบัติการปัจจุบัน > มีเอกสารประกอบบางส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจรักษาห่วงโซ่ช่างและโรงฟอกในช่วงก่อนผู้ก่อตั้งเสียชีวิต > ฝ่ายบริหารจะนำเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้าสู่แฟ้มตรวจสอบแบบจำกัดสิทธิ์ โดยห้ามลบหรือแก้ไขไฟล์ดิบใด ๆ จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
เธอหยุดนิ้วเหนือแป้นพิมพ์นานมากก่อนเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัด
> เหตุผลส่วนบุคคลของครอบครัวผู้ก่อตั้งอาจเกี่ยวข้องกับบริบทของเอกสารบางชุด แต่จะถูกแยกจากข้อเท็จจริงทางการเงินและการดำเนินงาน
ธีรวัฒน์ แสงสุขซึ่งยืนอยู่ปลายโต๊ะไม่ได้บอกให้เธอพิมพ์ประโยคนั้น
กมลวรรณ ประเสริฐสุขก็ไม่ได้หันไปมองว่าเขาเห็นหรือไม่
เธอกดบันทึก ส่งเข้าช่องทางกรรมการแบบจำกัดสิทธิ์ พร้อมกำกับว่าเป็น “pre-brief for observation only” ไม่ใช่รายงานสรุปมติ
แปดโมงตรง ห้องประชุมบอร์ดของ Sira Maison สว่างขาวจนสีหน้าคนดูเรียบกว่าความจริง
ไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือเพดานส่งเสียงครางต่ำ ๆ ต่อเนื่อง โต๊ะยาวเคลือบเงาสะท้อนใบหน้าของคนที่นั่งอยู่คนละฝั่งเป็นเงาซ้อน เงาของกมลวรรณ ประเสริฐสุขคมและนิ่ง เงาของดารินทร์ ชัยพฤกษ์เคลื่อนไหวทุกครั้งที่เธอเปลี่ยนสไลด์ ส่วนเงาของธีรวัฒน์ แสงสุขอยู่ปลายโต๊ะ ถัดจากแฟ้มกระดาษบางชุดกับแล็ปท็อปที่ยังไม่เปิดกล้อง
นี่ไม่ใช่ประชุมบอร์ดเต็มรูปแบบ
เป็นการประชุมเตรียมความพร้อมภายใต้อำนาจ CEO หลังเปิด incident log ตอนกลางคืน มีเพียงชื่อกรรมการสองคนกับที่ปรึกษากฎหมายบนจอด้านข้างในฐานะผู้สังเกตการณ์ล่วงหน้า ช่องประชุมออนไลน์เป็นสีเทา ไมค์ถูกปิดทั้งหมด และมุมบนของระบบประชุมมีจุดสีแดงเล็ก ๆ กะพริบเหมือนตาเฝ้ามอง
ทุกคนรู้ว่าห้องที่ว่างเกินไปบางครั้งบันทึกเสียงได้ดีกว่าห้องที่เต็มไปด้วยคน
กมลวรรณ ประเสริฐสุขวางปากกาหมึกซึมไว้ข้างแฟ้ม ไม่จด ไม่แตะ เพียงมองจอด้านหน้าที่ขึ้นหัวข้อรายงานโลจิสติกส์ฉบับปรับปรุง
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ยืนอยู่ข้างจอ เธอสวมสูทสีงาช้าง เรียบจนแทบไร้รอยยับ ผมเก็บตึง ใบหน้าควบคุมทุกองศา แม้แต่ปลายนิ้วที่จับรีโมตก็ไม่เผยน้ำหนักของความกดดัน
“ฉบับนี้คือสรุปสำหรับบอร์ดช่วงบ่ายค่ะ” ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เริ่ม “ฉันตัดรายละเอียดที่อาจสร้างความเข้าใจผิดออก เหลือเฉพาะรายการที่ตรวจสอบแล้วว่าเชื่อมกับการขนส่งจริง”
ธีรวัฒน์ แสงสุขเหลือบมองกมลวรรณ ประเสริฐสุขเพียงครั้งเดียว
กมลวรรณ ประเสริฐสุขไม่ตอบสนองต่อสายตานั้น เธอมองสไลด์หน้าแรกเหมือนกำลังอ่านอุณหภูมิของน้ำเดือดโดยไม่ให้ไอน้ำแตะใบหน้า
“คำว่า ‘ตัด’ หมายถึงอะไร” เธอถาม
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ยิ้มบาง ๆ “หมายถึงคัดเฉพาะข้อมูลที่เหมาะสมกับบริบทการประชุมค่ะ”
“เหมาะสมกับใคร”
“กับบอร์ด กับที่ปรึกษา IPO และกับความเสี่ยงในการตีความผิด”
“รายการโรงฟอกอยู่ไหน”
ปลายประโยคนั้นตกลงบนโต๊ะอย่างหนักพอให้เสียงครางของไฟเหนือหัวชัดขึ้น
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ไม่รีบเปลี่ยนสไลด์ เธอหันกลับมาหากมลวรรณ ประเสริฐสุขด้วยท่าทางสุภาพเกือบสมบูรณ์แบบ
“รายการนั้นยังไม่เหมาะจะอยู่ในเอกสารหมุนเวียนค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามว่าเหมาะไหม ฉันถามว่าอยู่ไหน”
“อยู่ในชุด working file”
“ไม่ได้อยู่ในชุดที่จะส่งบอร์ด”
“ใช่ค่ะ”
“ใครอนุมัติให้เอาออก”
“ฉันรับผิดชอบในฐานะ CFO”
“โดยไม่เสนอฉันก่อน”
“ฉันส่งฉบับสรุปให้คุณเมื่อคืนแล้ว”
“หลังจากทีมไอทีเริ่มเก็บบันทึกระบบ?”
สีหน้าดารินทร์ ชัยพฤกษ์ไม่เปลี่ยน แต่สายตาหยุดนิ่งไปเพียงเศษวินาที เศษเล็กพอจะถูกคนทั่วไปมองข้าม และชัดพอสำหรับธีรวัฒน์ แสงสุข
“ฉันไม่ทราบว่าคุณสั่งทีมไอทีทำอะไรเพิ่มเติมเมื่อคืนค่ะ” ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ตอบ
“ไม่ทราบจริง?”
“ถ้าคุณหมายถึงคำสั่งเตรียมความพร้อมก่อนประชุม ฉันเห็นข้อความแล้วค่ะ”
“แล้วทำไมรายงานที่ควรเตรียมให้พร้อมถึงขาดบรรทัดสำคัญที่สุด”
“เพราะบรรทัดนั้นยังไม่พร้อมจะถูกอ่านโดยคนที่ไม่มีบริบท”
“บอร์ดไม่มีบริบท?”
“บางคนไม่มีค่ะ”
ธีรวัฒน์ แสงสุขเปิดแล็ปท็อปในจังหวะนั้น เสียงพัดลมเครื่องเบาแทบไม่ได้ยิน เขาไม่พูดแทรก แต่แสงหน้าจอทำให้ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองมา
“คุณธีรวัฒน์ แสงสุขมีความเห็นไหมคะ” เธอถาม “ในฐานะที่ปรึกษาภายนอก คุณน่าจะเข้าใจว่ารายละเอียดบางอย่างหากปล่อยก่อนเวลา จะถูกใช้ผิดทางได้ง่าย”
“เข้าใจครับ” เขาตอบ
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หันกลับไปที่กมลวรรณ ประเสริฐสุขทันที ราวกับคำตอบนั้นเป็นคะแนนหนึ่งแต้ม
แต่ธีรวัฒน์ แสงสุขพูดต่อ
“และผมเข้าใจด้วยว่าการตัดบรรทัดออกโดยไม่มีหมายเหตุ จะทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยนจากการถูกตีความผิด เป็นการถูกกล่าวหาว่าปิดบัง”
รอยยิ้มของดารินทร์ ชัยพฤกษ์บางลง
“คุณเห็นเอกสารฉบับเต็มแล้วหรือคะ”
“เห็นบางส่วน”
“บางส่วนไม่พอจะสรุปว่าอะไรควรอยู่หรือไม่ควรอยู่”
“จริงครับ”
“ถ้าอย่างนั้น—”
“แต่พอจะเห็นว่าฉบับที่อยู่บนจอตอนนี้สะอาดเกินไป”
คำว่า “สะอาด” ทำให้กมลวรรณ ประเสริฐสุขเลื่อนสายตาจากจอไปที่ดารินทร์ ชัยพฤกษ์
“ดารินทร์ ชัยพฤกษ์” เธอเรียกเต็มชื่อ “คุณกำลังเสนอให้ฉันรับรองรายงานที่เอารายการโรงฟอกออกทั้งหมด”
“ฉันเสนอให้คุณเลือกจังหวะที่ปลอดภัยกว่านี้ค่ะ”
“ปลอดภัยสำหรับบริษัท หรือปลอดภัยสำหรับคนที่ไม่อยากให้บอร์ดเห็นร่องรอยทั้งหมด”
“ถ้าคุณกำลังกล่าวหาฉัน—”
“ฉันยังไม่ได้กล่าวหา”
“น้ำเสียงคุณทำไปแล้วค่ะ”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขเอนหลังพิงเก้าอี้ นิ้วแตะสันแฟ้มหนึ่งครั้ง ไม่ใช่เพื่อเปิด แต่เพื่อเตือนตัวเองว่าเอกสารบางอย่างยังอยู่ใต้การควบคุมของเธอ
“งั้นคุณอธิบาย”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์กดรีโมต สไลด์ถัดไปขึ้นเป็นกราฟแท่ง ค่าใช้จ่ายรายเดือนเรียงสวยงาม ไม่มีบรรทัดที่กำลังถูกพูดถึง
“ถ้าใส่รายการโรงฟอกเข้าไปตอนนี้” เธอพูด “บอร์ดจะถามว่าทำไมค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์จึงมีรายการที่ดูเหมือนค่าปรับโครงสร้างหนี้ ถามว่าทำไมมีบัญชีแยก ถามว่าทำไมข้อตกลงจ้างช่างบางส่วนยังไม่สมบูรณ์ และถามว่าทำไมเรื่องนี้ไม่ถูกวางใน data room ตั้งแต่แรก”
“คำถามพวกนั้นควรถูกถาม”
“ใช่ค่ะ แต่ควรถูกถามเมื่อเรามีคำตอบพร้อม”
“เรามีคำตอบ”
“บางคำตอบอยู่ในมือคุณคนเดียว”
ประโยคนั้นตั้งใจมากเกินกว่าจะเป็นเพียงข้อเท็จจริง
ธีรวัฒน์ แสงสุขมองดารินทร์ ชัยพฤกษ์นิ่งขึ้น
กมลวรรณ ประเสริฐสุขถามเสียงเรียบ “คุณอยากให้ฉันพูดต่อหน้าห้องนี้ว่าอะไร ดารินทร์ ชัยพฤกษ์”
“ฉันอยากให้คุณยืนยันกับทีมว่าเอกสารที่เหลือมีอยู่จริง และจะนำเข้าระบบกลางภายในวันนี้”
“เพื่อให้ใครเข้าถึง”
“เพื่อความโปร่งใส”
“โปร่งใส หรือสะดวกต่อการคัดลอก”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หายใจเข้าช้า ๆ ครั้งหนึ่ง เธอไม่กะพริบตา
“คุณกำลังกลัวผิดคนค่ะ”
“คุณรู้หรือว่าฉันกลัวใคร”
“คุณกลัวทุกคนที่เห็นในสิ่งที่คุณไม่พร้อมให้เห็น”
“แล้วคุณล่ะ คุณพร้อมให้ฉันเห็นอะไร”
“ฉันยืนอยู่ตรงนี้พร้อมรายงาน”
“รายงานที่ถูกล้างจนไม่มีเลือดติดอยู่เลย”
บรรยากาศในห้องตึงจนกระจกผนังอีกด้านสะท้อนเส้นคอของดารินทร์ ชัยพฤกษ์ที่แข็งขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าคุณต้องการให้ฉันนำรายการนั้นกลับเข้าไป” ดารินทร์ ชัยพฤกษ์พูด “ฉันทำได้ แต่ฉันขอให้บันทึกไว้ว่าเป็นคำสั่งของคุณโดยตรง”
ธีรวัฒน์ แสงสุขเงยหน้าจากหน้าจอ
กมลวรรณ ประเสริฐสุขยิ้มเพียงนิดเดียว “คุณอยากได้ประโยคนั้น”
“ฉันต้องการความรับผิดชอบที่ชัดเจน”
“คุณต้องการคลิปเสียง”
ครั้งนี้ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เงียบไปจริง ๆ
เสียงครางของไฟฟลูออเรสเซนต์ทอดยาวเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึง
“คุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือว่าห้องนี้ถูกใช้บันทึกการประชุมดิบ” กมลวรรณ ประเสริฐสุขถาม
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ตอบช้า “ห้องประชุมบอร์ดมีระบบบันทึกเพื่อ minutes ตามมาตรฐานบริษัท”
“และไฟล์ดิบบางไฟล์ไม่ควรเหลืออยู่”
“ฉันไม่รับผิดชอบฝ่ายระบบภาพและเสียง”
“แต่คุณรู้ว่าระบบไหนเก็บอะไร”
“ในฐานะ CFO ฉันต้องรู้โครงสร้างควบคุมภายในหลายส่วน”
“ดี” กมลวรรณ ประเสริฐสุขหยิบแฟ้มที่ยังไม่ได้เปิดขึ้นมา “งั้นฉันจะให้คุณใช้ความรู้เรื่องโครงสร้างควบคุมภายในที่เชียงใหม่”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์นิ่งทันที
“หมายความว่ายังไงคะ”
“คลังสินค้าเชียงใหม่มีการตรวจนับวัสดุและเครื่องมือรอบใหม่ ฉันจะออกคำสั่งให้คุณไปควบคุม audit ด้วยตัวเองสิบวัน เริ่มภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังการส่งมอบเครื่องและสิทธิ์ระบบเสร็จสิ้น”
“คุณจะส่งฉันออกจากกรุงเทพฯ ก่อนประชุมบอร์ด?”
“ฉันจะส่ง CFO ไปตรวจจุดที่ตัวเลขกับของจริงต้องตรงกัน โดยอาศัยอำนาจ CEO ในการสั่งตรวจภายในฉุกเฉินตาม incident log ที่เปิดเมื่อคืน”
“นี่คือการลดบทบาทฉัน”
“นี่คือการมอบหมายงาน”
“คุณไม่ไว้ใจฉัน”
“ฉันไม่ไว้ใจรายงานฉบับนี้”
“อย่าเล่นคำค่ะ กมลวรรณ ประเสริฐสุข”
เสียงของดารินทร์ ชัยพฤกษ์หลุดจากกรอบสุภาพไปครึ่งก้าว แล้วเธอก็รู้ตัวทันที
ธีรวัฒน์ แสงสุขปิดแล็ปท็อปลงเบา ๆ เขามองทั้งสองคนก่อนพูด
“ผมสนับสนุนการย้ายคุณดารินทร์ ชัยพฤกษ์ไปตรวจเชียงใหม่ครับ”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หันขวับ “คุณสนับสนุน?”
“ใช่ครับ”
“ทั้งที่คุณเพิ่งบอกว่ารายงานฉบับนี้สะอาดเกินไป คุณควรต้องการให้ฉันอยู่แก้”
“การแก้รายงานทำได้โดยทีมบัญชีภายใต้คำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนการตรวจคลังต้องการคนที่รู้ทั้งระบบต้นทุนและช่องโหว่”
“คุณกำลังช่วยเธอเอาฉันออกจากห้องนี้”
“ผมกำลังลดจำนวนคนที่แตะไฟล์ในกรุงเทพฯ ระหว่างตรวจสอบร่องรอย”
“ร่องรอยอะไร”
ธีรวัฒน์ แสงสุขไม่ตอบทันที เขามองกมลวรรณ ประเสริฐสุข
เธอพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
เขาจึงพูด “ร่องรอยการเข้าถึงจากบัญชีภายนอกที่ยังคัดลอกไฟล์ต่อเนื่องเมื่อคืน ทีมไอทีเก็บ log ไว้แล้ว ผมเป็นคนอ่านรูปแบบ ไม่ใช่คนเข้าไปแก้ระบบ”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์กะพริบตาช้า “เมื่อคืน?”
“ครับ”
“และคุณเพิ่งพูดตอนนี้?”
“คุณเพิ่งเสนอรายงานที่ตัดส่วนสำคัญออกตอนนี้เหมือนกัน”
“คุณคิดว่าฉันเกี่ยวข้อง”
“ผมคิดว่าคนเกี่ยวข้องต้องการให้คุณพูดบางอย่างในห้องนี้ หรือทำให้คุณถูกมองว่าเป็นคนพูดแทน”
ความโกรธในดวงตาดารินทร์ ชัยพฤกษ์เปลี่ยนรูป มันยังร้อน แต่เริ่มมีรอยลังเลปนอยู่
“ถ้าคุณคิดว่าฉันถูกใช้ ทำไมถึงส่งฉันไปเชียงใหม่”
“เพราะถ้าคุณอยู่ที่นี่ คนใช้คุณยังใช้คุณได้ง่าย”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขเสริมทันที “และถ้าคุณเป็นคนใช้คนอื่นเอง การห่างจากศูนย์กลางระบบสิบวันจะช่วยให้เราเห็นว่าการรั่วไหลช้าลงหรือเร็วขึ้น”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หัวเราะสั้น ๆ ไม่มีความขบขัน “งดงามมากค่ะ ไม่ว่าฉันบริสุทธิ์หรือผิด คุณก็ส่งฉันออกไปได้ทั้งสองทาง”
“ใช่”
คำตอบตรงเกินไปทำให้ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เงียบไป
เธอมองเงาตัวเองบนโต๊ะ เงานั้นบิดเล็กน้อยตรงรอยต่อของแผ่นไม้เคลือบ เธอยกคางขึ้นเมื่อเงยหน้ากลับมา
“ถ้าฉันปฏิเสธ”
“คุณไม่ควร” กมลวรรณ ประเสริฐสุขตอบ
“นั่นเป็นคำสั่ง?”
“เป็นคำสั่งในงาน”
“แล้วถ้าฉันขอคุยกับกรรมการก่อน”
“คุณคุยได้หลังรับหนังสือมอบหมาย”
“คุณเตรียมหนังสือไว้แล้ว”
“เช้านี้ฉันทำงานเร็ว”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองไปที่ธีรวัฒน์ แสงสุข “และคุณก็มาถึงเร็ว”
“ผมถูกเชิญ”
“โดยเธอ”
“โดยบริษัท”
“ต่างกันตรงไหน”
ธีรวัฒน์ แสงสุขไม่ยิ้ม “ตรงที่ถ้าบริษัทจ่ายค่าความเห็นของผม ผมต้องพูดในสิ่งที่ทำให้บริษัทเสียหายน้อยที่สุด ไม่ใช่พูดให้ใครสบายใจที่สุด”
“คุณรู้ไหมว่าการย้ายฉันออกก่อน IPO จะทำให้ตลาดตีความยังไงถ้าหลุดไป”
“รู้ครับ”
“แล้วยังพูด”
“เพราะการปล่อยให้คุณอยู่แล้วถูกใช้เป็นช่องรั่วจะตีความแย่กว่า”
คำว่า “ถูกใช้” ทำให้ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เม้มปากแน่น เธอเก็บรีโมตไว้ในมือจนข้อนิ้วตึง
กมลวรรณ ประเสริฐสุขเปิดแฟ้ม หยิบเอกสารสองแผ่นวางบนโต๊ะ เลื่อนไปทางดารินทร์ ชัยพฤกษ์โดยไม่ลุก
“กำหนดการเดินทาง รายชื่อทีมคลัง รายการเอกสารที่ต้องตรวจ และอำนาจอนุมัติชั่วคราวระหว่างคุณอยู่นอกกรุงเทพฯ”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ไม่หยิบ “คุณโอนอำนาจอนุมัติของฉันให้ใคร”
“อนุมัติรายงาน IPO ไปที่ฉันโดยตรง อนุมัติจ่ายประจำวันไปที่ผู้จัดการฝ่ายบัญชีภายใต้เพดานเดิม ส่วนสิทธิ์แก้ไขห้องข้อมูลพักไว้จนกว่าทีมระบบจะปิดการตรวจ”
“คุณตัดฉันออกจาก data room”
“พักสิทธิ์แก้ไข ไม่ตัดสิทธิ์อ่าน”
“คำสวยค่ะ”
“คำชัด”
“คุณระวังคำมากกว่าระวังคน”
“ฉันระวังคนผ่านคำสั่งที่ตรวจย้อนหลังได้”
ธีรวัฒน์ แสงสุขเอ่ยขึ้น “ผมขอเพิ่มเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขหันไปหาเขา “ว่ามา”
“ระหว่างคุณดารินทร์ ชัยพฤกษ์อยู่เชียงใหม่ ให้ใช้เครื่องบริษัทที่ออกใหม่เท่านั้น ห้ามเชื่อมเครื่องส่วนตัวกับระบบรายงาน และทุกไฟล์ส่งกลับผ่าน secure drop ที่ทีมไอทีเปิดเฉพาะกิจ”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์แค่นเสียง “คุณคิดว่าฉันจะลักลอบส่งไฟล์จากบ้าน?”
“ผมคิดว่าเครื่องที่ใช้อยู่ตอนนี้อาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย”
“คุณเคยแตะเครื่องฉันหรือไง”
“ยังไม่เคย”
“งั้นอย่าพูดเหมือนรู้”
“ผมพูดเหมือนคนที่เห็นวิธีการคัดลอกไฟล์จากระบบเมื่อคืน”
“คุณเห็นอะไร”
“มากพอจะรู้ว่าคนทำไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าเครื่องในบริษัท”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองกมลวรรณ ประเสริฐสุข “คุณปล่อยให้เขารู้ระบบภายในมากขนาดนี้?”
“ฉันปล่อยให้เขาตรวจสิ่งที่คุณควรปกป้องให้ฉันตั้งแต่แรก”
ประโยคนั้นกระแทกตรงกว่าเดิม
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ค่อย ๆ หยิบเอกสารมาดู แววตาเธอวิ่งผ่านบรรทัดเร็วมาก แต่ริมฝีปากยังปิดสนิท
“สิบวัน” เธอพูด
“สิบวัน” กมลวรรณ ประเสริฐสุขยืนยัน
“ถ้าฉันพบความผิดปกติที่เชียงใหม่”
“รายงานตรงถึงฉันและสำเนาให้ธีรวัฒน์ แสงสุข”
“เขาไม่ใช่คนของบริษัท”
“เขาเป็นที่ปรึกษาภายนอกในเรื่องนี้”
“เรื่องนี้กว้างแค่ไหน”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขมองเธอนานพอให้คำถามนั้นรับน้ำหนักของมันเอง
“กว้างเท่าที่จำเป็นเพื่อกันไม่ให้ Sira Maison ถูกเผาจากด้านใน”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์พับเอกสารกลับตามรอยเดิมอย่างประณีต
“ฉันจะไปเชียงใหม่” เธอพูด “แต่ฉันต้องบอกไว้ก่อน ถ้าคุณกำลังทำให้ฉันกลายเป็นคนรับเคราะห์แทนความลับของคุณ ฉันจะไม่ยอมเงียบ”
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณเงียบ”
“คุณกำลังขอให้ฉันหายไปจากกรุงเทพฯ”
“ชั่วระยะงานตรวจ”
“ทุกอย่างในบริษัทนี้มีคำที่ฟังดีรองรับเสมอ”
“แล้วรายงานที่คุณเสนอล่ะ ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ มีคำไหนรองรับการลบบรรทัดโรงฟอกได้ดีกว่าคำว่าปิดบัง”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เก็บรีโมตลงบนโต๊ะ
“คำว่า ‘ป้องกัน’ ค่ะ”
“ป้องกันใคร”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ไม่ตอบทันที เธอมองสไลด์กราฟบนจอซึ่งไม่มีชื่อโรงฟอกอยู่ในนั้น แล้วกดปิดไฟล์พรีเซนเทชันอย่างช้า ๆ
“ป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้และคนนอกเห็นบรรทัดที่ยังไม่มีคำอธิบายครบ ก่อนเราจะมีเงินปิดช่องว่าง” เธอพูด “ป้องกันไม่ให้คนที่ไม่เคยจับหนังสักผืนใช้ตัวเลขฆ่าคนที่ยังเย็บกระเป๋าให้เราอยู่”
ห้องเงียบลง
ธีรวัฒน์ แสงสุขหันมองเธอเต็มตา
กมลวรรณ ประเสริฐสุขไม่ขยับ สีหน้าไม่อ่อนลง แต่ปลายนิ้วบนสันแฟ้มชะงัก
“คุณควรพูดประโยคนี้ตั้งแต่แรก” กมลวรรณ ประเสริฐสุขกล่าว
“แล้วคุณจะเชื่อหรือคะ”
“อย่างน้อยฉันจะได้รู้ว่าคุณกำลังป้องกันอะไร ไม่ใช่เห็นแต่รอยลบ”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์กลืนคำตอบบางอย่างลงไป “บางครั้งรอยลบก็เป็นอย่างเดียวที่พอซื้อเวลาได้”
“และบางครั้งมันกลายเป็นมีดที่คนอื่นใช้แทงกลับมา”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ตาไหว แต่เธอหันไปปิดไฟล์พรีเซนเทชันบนจอ
“ฉันจะให้ทีมส่งฉบับแก้ภายในสิบเอ็ดโมงตามคำสั่ง”
“ใส่รายการโรงฟอกกลับเข้าไป พร้อมหมายเหตุว่ามีเอกสารสนับสนุนอยู่ระหว่างจัดเข้าแฟ้มตรวจ”
“หมายเหตุแบบนั้นจะเปิดช่องคำถาม”
“ให้มันเปิด”
“คุณจะตอบเอง?”
“ฉันจะตอบในส่วนของฉัน”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หันมามองธีรวัฒน์ แสงสุข “แล้วคุณล่ะ คุณจะตอบส่วนไหน”
“ผมจะตอบว่าตัวเลขไหนถูกแตะ ตัวเลขไหนถูกย้าย และไฟล์ไหนหายจากดัชนี”
“คุณพูดเหมือนรู้ครบ”
“ผมยังไม่รู้ครบ”
“แต่คุณอยากให้ทุกคนเชื่อว่าคุณใกล้แล้ว”
“ผมอยากให้คนที่คิดว่าตัวเองนำหน้าอยู่ เริ่มรีบจนพลาด”
คราวนี้ดารินทร์ ชัยพฤกษ์นิ่งนานเกินหนึ่งลมหายใจ
“คุณใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อ?”
“ถ้าคุณเป็นเหยื่อ คุณควรอยากให้กับดักปิดเร็วขึ้น”
“และถ้าฉันไม่ใช่เหยื่อ?”
“คุณจะอยากรู้ว่าผมมีอะไร”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างคุมจังหวะ ไม่มีเสียงครูด ไม่มีความเร่ง แต่การยืนของเธอทำให้การประชุมจบโดยไม่ต้องประกาศ
“สิบโมง ฉันต้องเห็นกำหนดเดินทางของคุณ” เธอบอกดารินทร์ ชัยพฤกษ์ “สิบเอ็ดโมง รายงานฉบับแก้ เที่ยงครึ่ง ทีมไอทีรับเครื่องคุณเข้าสแกนก่อนออกเดินทาง ถ้าสายการบินไม่พร้อม คุณเดินทางเที่ยวเย็นหรือเช้าพรุ่งนี้ แต่สิทธิ์แก้ไขระบบหยุดตั้งแต่เที่ยงครึ่งตามหนังสือมอบหมาย”
“ฉันมีงานอื่น”
“ตอนนี้งานนี้มาก่อน”
“คุณตัดสินใจแล้ว”
“ใช่”
“คุณเคยคิดไหมว่าการตัดสินใจเร็วเกินไปอาจทำให้คนที่ยังอยู่ข้างคุณเปลี่ยนใจ”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขหยิบแฟ้มขึ้นมาแนบตัว แต่สายตายังอยู่ที่ดารินทร์ ชัยพฤกษ์
“คนที่อยู่ข้างฉันเพราะฉันไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ได้อยู่ข้างฉันจริง”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ยิ้มอีกครั้ง ครั้งนี้รอยยิ้มมีความเหนื่อยปนอยู่ “คุณพูดเหมือนพ่อคุณมาก”
ห้องทั้งห้องหยุดเคลื่อนไหว
ธีรวัฒน์ แสงสุขมองกมลวรรณ ประเสริฐสุขทันที แต่เธอไม่หันไปหาเขา
มือของเธอแน่นขึ้นบนแฟ้มตรงตำแหน่งที่ซองสีน้ำตาลอยู่ข้างใน เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ดวงตาเธอหลุดจากห้องประชุมกลับไปที่ลายมือบนกระดาษคว่ำในห้องทำงาน
**ให้มีคนเหลือทำกระเป๋าให้ลูกก่อน**
แล้วเธอดึงตัวเองกลับมา
“ระวังประโยคนั้น” เธอพูด
“ฉันไม่ได้ดูหมิ่น”
“ฉันบอกให้ระวัง ไม่ได้ถามเจตนา”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เก็บแล็ปท็อปของตัวเอง “ฉันจะส่งกำหนดเดินทางให้คุณ”
เธอเดินออกจากห้องก่อน เสียงส้นรองเท้าบนพื้นหินเป็นจังหวะเร็ว สม่ำเสมอ และตั้งใจให้ได้ยินจนถึงประตูปิด
เหลือเพียงกมลวรรณ ประเสริฐสุขกับธีรวัฒน์ แสงสุขในห้องประชุมที่สว่างเกินจำเป็น
ไฟเหนือศีรษะยังคราง
เงาของพวกเขากลับมาอยู่บนโต๊ะเหมือนภาพจากกล้องวงจรที่ไม่มีเสียง
“คุณเห็นไหม” กมลวรรณ ประเสริฐสุขถาม
ธีรวัฒน์ แสงสุขเก็บสายชาร์จของตัวเองอย่างช้า ๆ “เห็นหลายอย่าง”
“พูดเฉพาะที่สำคัญ”
“เธออยากให้คุณพูดคำว่าเอกสารอยู่กับคุณคนเดียว”
“ใช่”
“เธออยากให้ห้องนี้มีประโยคที่เอาไปตัดต่อได้ว่า CEO ซ่อนเอกสารจาก data room”
“ใช่”
“แต่ตอนคุณพูดเรื่องไฟล์ดิบ เธอไม่ได้ตกใจแบบคนเพิ่งรู้ว่ามีระบบบันทึก เธอตกใจที่คุณรู้ว่ามีไฟล์ไม่ควรอยู่”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขกดริมฝีปากเข้าหากันเพียงเสี้ยววินาที
“เมื่อคืนคุณยังไม่ได้บอกผมทุกอย่างเกี่ยวกับไฟล์นั้น” เขาพูด
“ฉันบอกเท่าที่จำเป็นในตอนนั้น”
“ตอนนี้จำเป็นเพิ่มขึ้น”
เธอมองเขา “คุณกำลังเรียกเก็บหนี้ข้อมูล”
“ผมกำลังขอแผนที่ก่อนเดินเข้าโกดังที่มีคนปิดไฟ”
“ไฟห้องนี้สว่างพอแล้ว”
“สว่างไม่แปลว่าเห็นครบ”
เธอคลายมือจากแฟ้มเล็กน้อย “ไฟล์บอร์ดดิบชุดนั้นมีการลงมติบางอย่างที่ไม่ได้เข้ารายงานทางการ”
“เกี่ยวกับโรงฟอก?”
“เกี่ยวกับวิธีรักษาห่วงโซ่ช่างและโรงฟอกไว้หลังเจ้าหนี้เริ่มบีบ”
“ใครคัดค้าน”
“เกือบทุกคนที่กลัวตัวเลขเสียก่อน IPO”
“ดารินทร์ ชัยพฤกษ์อยู่ในห้อง?”
“อยู่”
“พัชรี เลิศประเสริฐ?”
“ไม่ได้อยู่ แต่มีตัวแทนที่ปรึกษาฝั่งทุนส่งความเห็นเข้ามาเป็นลายลักษณ์อักษร”
“ความเห็นแบบไหน”
“ให้ขายทรัพย์สินที่ไม่ทำกำไรและเลิกสัญญาช่างอิสระที่มีต้นทุนสูง”
ธีรวัฒน์ แสงสุขนิ่งไป “นั่นคือการตัดเส้นเลือดของแบรนด์”
“ใช่”
“พ่อคุณลงมติยังไง”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขมองโต๊ะ เงาของเธอบนพื้นผิวเงาขาวดูเหมือนคนที่อยู่ใต้น้ำตื้น ๆ
“เขาขอให้ยื้อไว้สามเดือน เพื่อให้ฉันหาทางอื่น”
“แล้วรายงานทางการบันทึกว่าอะไร”
“บันทึกว่าบอร์ดรับทราบความเสี่ยงและเลื่อนพิจารณา”
“ไม่มีชื่อคนค้าน ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำพูดของพ่อคุณ”
“ไม่มี”
“ใครสั่งตัด”
เธอเงยหน้าขึ้น “นี่คือคำถามที่ฉันยังตอบไม่ได้”
“แต่คุณสั่งลบไฟล์ดิบ”
“เพราะไฟล์นั้นมีเสียงคนพูดถึงวิธีตัดช่างออกเหมือนตัดวัสดุเสีย ฉันไม่ต้องการให้มันหลุดไปถึงคนที่ถูกพูดถึง”
“หรือถึงตลาด”
“ทั้งสอง”
“แล้วตอนนี้คนที่มีมันจะเลือกส่วนที่ทำร้ายคุณที่สุด”
“ฉันรู้”
“เราต้องได้ไฟล์ก่อนเขาเผยแพร่”
“เมื่อคืนทีมไอทีตามไม่ทัน?”
“ตามทันบางเส้นทาง แต่บัญชีคลาวด์แยกต่อเป็นสองปลายทาง ปลายหนึ่งโยงกับโปรเจกต์ PR เดิม อีกปลายเป็นพื้นที่ใหม่ เพิ่งเปิด”
“นิรันดร์ กิจไพศาล”
“อย่างน้อยปลายหนึ่งใช่”
บนแล็ปท็อปของธีรวัฒน์ แสงสุข มีหน้าต่างหนึ่งเปิดค้างเป็นภาพตัวอย่างโพสต์จากระบบ PR เก่า ข้อความหัวข้อคล้ายสคริปต์ละครสั้นมากกว่าข่าวธุรกิจ
> **ทายาทแบรนด์หรูซ่อนเสียงประชุมก่อน IPO?** > คืนเดียว หุ้นสวยอาจกลายเป็นเศษหนัง
ใต้หัวข้อมีชื่อโปรเจกต์ย่อที่โยงกลับไปยังทีมผลิตคอนเทนต์ของนิรันดร์ กิจไพศาลจากสัญญาประชาสัมพันธ์เดิม
ไม่ใช่หลักฐานว่าทุกอย่างมาจากเขา
แต่พอปิดวงเล็ก ๆ ได้ว่าโปรเจกต์ PR ที่เคยดูเหมือนงานภาพลักษณ์ เชื่อมกับปลายทางไฟล์ที่ถูกดึงจริง
“อีกปลายล่ะ” กมลวรรณ ประเสริฐสุขถาม
“ผมยังไม่รู้”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขมองประตูที่ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ออกไป “เธอรู้ไหม”
“เธอรู้ว่ามีใครอยากได้ประโยคจากคุณเมื่อกี้”
“คุณไม่คิดว่าเธอเป็นคนคัดลอกเอง”
“ผมไม่ตัดออก แต่ถ้าเธอเป็นคนทำ เธอแสดงความโกรธได้ละเอียดมาก”
“คนเก่งทำได้”
“คนกลัวก็ทำได้”
“คุณเอนเอียงไปทางไหน”
ธีรวัฒน์ แสงสุขหยุดเก็บของ เขาสอดแฟลชไดรฟ์สีดำขนาดเล็กลงกระเป๋าเสื้อด้านใน ก่อนตอบ
“ผมคิดว่าเธอซ่อนบางอย่างจากคุณ และบางอย่างนั้นอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกับไฟล์รั่ว”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขจับประโยคนั้นไว้ทันที “คุณมีแผนกับเธอ”
“มี”
“คุณไม่ได้บอกฉัน”
“เพราะถ้าบอกก่อน คุณอาจห้าม”
“ฉันควรห้ามไหม”
“ยังไม่รู้”
“ธีรวัฒน์ แสงสุข”
เขามองเธอตรง ๆ “ผมจะให้ข้อมูลที่ปลอดภัยกับเธอหนึ่งชุด”
“เพื่ออะไร”
“ดูว่าเธอส่งต่อไหม”
“กับดัก”
“ใช่”
“แล้วถ้าเธอถูกใช้จริง คุณกำลังผลักเธอเข้าไปใกล้คนที่ใช้เธอ”
“ผมจะไม่ให้ข้อมูลที่ทำร้ายบริษัท”
“คุณมั่นใจ?”
“ผมทำไฟล์เอง”
“คุณเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตีสามกว่า”
“คุณนอนหรือยัง”
“ไม่มาก”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
“เป็นคำตอบที่ใช้ได้ในเช้าวันนี้”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขอยากตำหนิเขา แต่ความจริงที่ว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยตาแดงเล็กน้อยและเสื้อเชิ้ตที่รีดมาแต่มีรอยพับตรงแขน ทำให้คำตำหนิติดอยู่หลังฟัน
“อย่าให้เธอถืออะไรที่มีลายเซ็นฉัน” เธอบอก
“ไม่มี”
“อย่าให้ชื่อช่าง”
“ไม่มี”
“อย่าให้เส้นทางบัญชี”
“มีแต่หน้าทั่วไปที่บอกไม่ได้ว่าขาดอะไร”
“แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าเธอส่งต่อ”
“ผมฝังรหัสเครื่องหมายไว้ในการเว้นวรรคและเลขหน้า”
เธอมองเขาใหม่ “คุณทำงานสกปรกได้เรียบร้อยกว่าที่คิด”
“ผมทำงานป้องกันด้วยวิธีที่คนสกปรกอ่านไม่ทัน”
“ต่างกันมากไหม”
“สำหรับผม ต่างพอจะนอนหลับทีหลังได้”
ประตูห้องประชุมเปิดขึ้นอีกครั้ง ผู้ช่วยคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามาแล้วชะงักเมื่อเห็นทั้งสองยังอยู่
กมลวรรณ ประเสริฐสุขหันไป “อะไร”
“คุณดารินทร์ ชัยพฤกษ์ขอใช้ห้องพิมพ์เอกสารข้าง ๆ ค่ะ เธอบอกว่าจะเตรียมไฟล์แก้ทันที”
“ให้ใช้ แต่ให้ทีมไอทีนั่งประกบ”
“ค่ะ”
ผู้ช่วยปิดประตูไป
ในห้องพิมพ์เอกสารข้าง ๆ ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ยืนอยู่หน้าถาดกระดาษโดยไม่ขยับ เครื่องพิมพ์กำลังคายหน้ารายงานออกมาทีละแผ่น เสียงลูกกลิ้งดังสม่ำเสมอเหมือนเครื่องนับเวลา
เจ้าหน้าที่ไอทีสองคนยืนอยู่ตรงมุมห้อง ไม่พูด ไม่แตะอะไร หนึ่งคนถือแท็บเล็ตสำหรับบันทึกชื่อไฟล์ อีกคนมองหน้าจอเครื่องพิมพ์ที่ถูกตัดอินเทอร์เน็ตแล้ว
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา เห็นบรรทัดโรงฟอกกลับเข้าไปในรายงาน เห็นหมายเหตุเย็นจัดที่เธอเพิ่งแก้ตามคำสั่ง และเห็นช่องว่างซึ่งเคยมีเอกสารแนบที่เธอลบทิ้งไปเองเมื่อสามเดือนก่อน
ไม่ใช่เพราะอยากทำลายหลักฐาน
เพราะในเอกสารนั้นมีชื่อโรงฟอกเก่าที่พ่อของกมลวรรณ ประเสริฐสุขเคยแอบยื้อเงินให้ก่อนเสียชีวิต และถ้ามันเข้าระบบตอนนั้น เจ้าหนี้จะเห็นก่อนกมลวรรณ ประเสริฐสุขจะหาเงินปิดช่องว่างได้ทัน
เธอลบเพื่อซื้อเวลาให้บริษัท
แล้วมีใครบางคนเอาการลบนั้นมาผูกกับ digital signature ของเธอ กลายเป็นรอยมีดที่ย้อนกลับมาจ่อคอเธอเอง
กระดาษอีกแผ่นเลื่อนออกมา
บนหน้าจอเครื่องพิมพ์ รายชื่อไฟล์บันทึกตามลำดับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ไอที บรรทัดหนึ่งขึ้นชื่อเอกสารแนบเดิมที่ถูกเรียกคืนจาก working file ชั่วคราว
**โรงฟอก_บัญชีพักชำระ_แนบท้าย**
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองชื่อไฟล์นั้น แล้วเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่หมายเหตุท้ายเอกสาร
เธอลบประโยคหนึ่งออก
> ผู้ให้บริการบางรายอยู่ในสถานะผิดนัดและอาจถูกระงับสัญญาหากไม่ชำระภายในไตรมาสถัดไป
เธอแทนด้วยประโยคใหม่
> ผู้ให้บริการบางรายอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างเงื่อนไขชำระเงิน โดยต้องตรวจสอบเอกสารสนับสนุนก่อนสรุปผลกระทบ
เจ้าหน้าที่ไอทีที่ถือแท็บเล็ตเงยหน้าขึ้น “ขอบันทึกการแก้ประโยคนี้นะครับ”
“บันทึกค่ะ” ดารินทร์ ชัยพฤกษ์ตอบโดยไม่หันไป “ถ้าจะกล่าวหาฉันทีหลัง อย่างน้อยขอให้กล่าวหาจากประโยคที่ฉันตั้งใจเขียนจริง ๆ”
โทรศัพท์ในกระเป๋าสูทสั่นหนึ่งครั้ง
เธอไม่หยิบทันที
เครื่องพิมพ์คายกระดาษอีกแผ่น
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาในที่สุด ข้อความจากหมายเลขไม่บันทึกชื่อขึ้นบนจอเพียงประโยคเดียว
**ให้เธออยู่กรุงเทพฯคืนนี้**
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองข้อความนั้นนานเกินควร ก่อนกดล็อกจอโดยไม่ตอบ
กระดาษแผ่นถัดไปเลื่อนออกมา
เธอจัดขอบรายงานให้เสมอกันอย่างเคร่งครัดเหมือนตัวเลขในงบการเงิน ทั้งที่มือเย็นจนปลายนิ้วแทบไม่มีความรู้สึก
อีกด้านหนึ่ง ธีรวัฒน์ แสงสุขหยิบแฟ้มของตัวเองขึ้นมา “ผมจะออกไปก่อน”
“ไปไหน” กมลวรรณ ประเสริฐสุขถาม
“ห้องกาแฟหน้าลิฟต์”
“คุณจะให้แฟลชไดรฟ์ที่นั่น?”
“หน้ากล้อง ทางผ่าน สั้นพอจะดูบังเอิญ”
“คุณเคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนบ่อยแค่ไหน”
“พอจะรู้ว่าห้ามทำในมุมที่โรแมนติกเกินไป”
คำตอบนั้นทำให้เธอเกือบยิ้ม แต่สถานการณ์ไม่เปิดช่องให้ยิ้มเต็มที่
“ระวังตัว” เธอพูด
เขามองเธอเหมือนได้ยินสิ่งที่เธอไม่ได้ตั้งใจให้ดังเกินไป
“คุณก็เหมือนกัน”
“ฉันอยู่ในตึกของฉัน”
“ตึกเป็นของคุณ ไม่ได้แปลว่าทุกห้องอยู่ข้างคุณ”
เขาเปิดประตูออกไปก่อน เธอมองตามจนประตูปิด จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความไปยังทีมไอทีอีกชุด
ล็อกสิทธิ์แก้ไขของดารินทร์ ชัยพฤกษ์ตามคำสั่งใหม่ หลังสำรองเครื่องเสร็จ ตรวจสอบระบบบันทึกเสียงห้องบอร์ดย้อนหลังหกเดือน ห้ามลบไฟล์ดิบใด ๆ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากฉัน
เธออ่านทวนแล้วกดส่ง
เพียงไม่กี่วินาที ข้อความจากหมายเลขที่ไม่บันทึกชื่อเด้งขึ้นมา
ระวังคนที่คุณส่งออกนอกเมือง เขาไม่ได้อยากให้เธอหายไป เขาอยากให้เธอเปิดของที่บ้าน
กมลวรรณ ประเสริฐสุขยืนนิ่ง
เธอพิมพ์ตอบกลับทันที
คุณเป็นใคร
ไม่มีการตอบ
เธอกดโทรกลับ สัญญาณตัดเข้าระบบปิดหมายเลข
ดวงตาของเธอแข็งขึ้น
อีกด้านของชั้นผู้บริหาร ธีรวัฒน์ แสงสุขยืนอยู่หน้าตู้กาแฟอัตโนมัติ แก้วกระดาษใบหนึ่งรองรับกาแฟดำร้อนจัด กลิ่นคั่วไหม้แบบเครื่องสำนักงานลอยอยู่ในอากาศแคบ ๆ
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เดินเข้ามาโดยถือเอกสารมัดหนึ่ง เธอหยุดข้างเขา เว้นระยะพอเหมาะให้กล้องเห็นทั้งคู่ในกรอบเดียว
“คุณรอฉัน?” เธอถามโดยไม่มองหน้า
“ผมรอกาแฟ”
“กาแฟเครื่องนี้แย่”
“ผมไม่ได้คาดหวังมาก”
“เหมือนคุณไม่ได้คาดหวังกับฉัน”
“ผมคาดหวังว่าคุณจะฉลาดพอไม่ส่งสิ่งที่ไม่ควรส่ง”
เธอหันมามองเขา “คุณพูดแบบนี้กับคนที่คุณกำลังกล่าวหาหรือคนที่คุณกำลังเตือน”
“กับคนที่ผมยังไม่อยากเสียเวลาเกลียด”
เธอหัวเราะเบา ๆ “คุณคิดว่าคำพูดแบบนี้มีเสน่ห์?”
“ไม่ครับ ผมคิดว่ามันประหยัด”
“คุณกับกมลวรรณ ประเสริฐสุขเหมาะกันดีนะ ประหยัดความจริงกันคนละแบบ”
“คุณรู้จักเธอมานานกว่าผม”
“นานพอจะรู้ว่าเธอทำร้ายคนอื่นได้โดยเชื่อว่ากำลังแบกทุกคนไว้”
“แล้วคุณล่ะ ทำร้ายใครโดยเชื่ออะไร”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์เงียบไป เธอสอดเอกสารเข้าแฟ้มอย่างแรงกว่าจำเป็นเล็กน้อย
“คุณมีอะไรจะให้ฉัน” เธอพูด
ธีรวัฒน์ แสงสุขหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำจากกระเป๋าเสื้อ วางไว้บนขอบถาดรับแก้วข้างตู้กาแฟ ไม่ยื่นใส่มือเธอ
“รายงานหน้าที่ไม่เป็นอันตราย” เขาพูด “ถ้าคุณต้องแก้ฉบับสำหรับบอร์ด ใช้เป็นฐานได้”
“ทำไมให้ฉัน”
“เพราะถ้าคุณแก้จากไฟล์บนเครื่องคุณตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าเครื่องนั้นสะอาดไหม”
“คุณห่วงฉัน?”
“ผมห่วงเส้นทางไฟล์”
“พูดตรงดี”
“คุณจะเอาหรือไม่เอา”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองแฟลชไดรฟ์ “มีอะไรซ่อนอยู่ไหม”
“มีแต่สิ่งที่คุณควรเห็น”
“ประโยคแบบนั้นไม่ปลอดภัยเลย”
“งั้นอย่าเปิด”
“ถ้าไม่เปิด ฉันจะยิ่งดูเหมือนมีพิรุธ”
“คุณเลือกเอง”
“คุณวางมันในมุมกล้อง”
“ใช่”
“เพื่อให้เห็นว่าฉันรับจากคุณ”
“เพื่อให้เห็นว่าผมให้ต่อหน้าพื้นที่สาธารณะ”
“คุณไม่ไว้ใจฉันจริง ๆ”
“คุณก็ไม่ไว้ใจผม”
“ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นตอนนี้”
“ดี อย่างน้อยเราตรงกันหนึ่งเรื่อง”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมา ซ่อนมันในกระเป๋าแฟ้มโดยไม่รีบร้อน
“ถ้าคุณกำลังเล่นเกมกับฉัน” เธอพูด “อย่าลืมว่าฉันอยู่ในบัญชีบริษัทนี้ก่อนคุณ”
“ผมไม่ลืม”
“ฉันรู้รอยต่อเก่าหลายรอย”
“รอยต่อเก่ามักเป็นจุดที่ฉีกง่ายที่สุด”
“หรือเป็นจุดที่เย็บทับไว้จนคุณมองไม่ออก”
ธีรวัฒน์ แสงสุขหยิบแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นมา “งั้นผมจะใช้เวลา”
“คุณมีไม่มาก”
“คุณรู้ได้ยังไง”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองเขาเต็มตา “เพราะคนที่เร่งเรื่องนี้ไม่รอ IPO แล้ว”
ก่อนเขาจะถามต่อ เธอเดินออกไป
ธีรวัฒน์ แสงสุขยืนอยู่กับกาแฟรสไหม้ในมือ และประโยคที่ไม่ควรถูกพูดโดยคนไม่รู้อะไรเลย
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความถึงกมลวรรณ ประเสริฐสุขสั้น ๆ
เธอรับแล้ว และบอกว่าคนทำไม่รอ IPO
คำตอบจากกมลวรรณ ประเสริฐสุขมาถึงเร็ว
ขึ้นมาหาฉันหลังสิบเอ็ดโมง อย่าอยู่คนเดียวกับเธออีก
เขาอ่านข้อความสองรอบ
จากนั้นพิมพ์กลับ
ช้าไปหนึ่งครั้ง แต่จะไม่ให้มีครั้งที่สอง
เวลาผ่านไปถึงบ่ายโดยไม่มีการระเบิดอย่างที่ทุกคนรอ รายงานฉบับแก้ถูกส่งก่อนสิบเอ็ดโมงสิบสองนาที มีรายการโรงฟอกกลับเข้าไปพร้อมหมายเหตุที่ถ้อยคำเย็นพอสำหรับบอร์ดและไม่สะอาดจนผิดธรรมชาติ กำหนดเดินทางของดารินทร์ ชัยพฤกษ์ถูกยืนยัน เธอจะออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวบินบ่ายสามสี่สิบหากสายการบินยืนยัน พร้อมทีมตรวจคลังสองคนและเครื่องบริษัทที่ฝ่ายไอทีเตรียมให้ หากเที่ยวบินถูกเลื่อนหลังเวลาส่งมอบเครื่อง เธอต้องเดินทางเที่ยวแรกของเช้าวันถัดไปตามหนังสือมอบหมายเดิม
ก่อนเที่ยงครึ่ง ฝ่ายเดินทางส่งข้อความแจ้งเตือนเข้ากรุ๊ปงานว่าเที่ยวบินไปเชียงใหม่มีประกาศตรวจระบบเครื่องบินล่วงหน้า อาจล่าช้าไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์อ่านข้อความนั้นตรงหน้าลิฟต์ สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่เธอกดล็อกจอเร็วขึ้นกว่าปกติ
ธีรวัฒน์ แสงสุขเห็นแค่เงาสะท้อนในประตูลิฟต์ ไม่เห็นข้อความ
แต่กมลวรรณ ประเสริฐสุขซึ่งได้รับสำเนาจากผู้ช่วยแล้วมองหน้าจอของตัวเองนานขึ้นอีกหนึ่งวินาที
คำเตือนจากหมายเลขปิดบังยังติดอยู่ในหัวเธอ
**เขาอยากให้เธอเปิดของที่บ้าน**
แต่เมื่อถึงเวลาเก็บเครื่องเก่าของเธอ ดารินทร์ ชัยพฤกษ์บอกว่าต้องนำกลับบ้านไปดึงไฟล์ส่วนตัวก่อนส่งมอบตอนเช้า
ทีมไอทีปฏิเสธ
เธอไม่โวยวาย
เธอเพียงโทรหากมลวรรณ ประเสริฐสุขต่อหน้าทุกคน
“ฉันมีเอกสารภาษีส่วนตัวอยู่ในเครื่อง” ดารินทร์ ชัยพฤกษ์พูดทันทีที่สายติด “ให้ทีมคุณยืนดูฉันดึงไฟล์ได้ แต่ฉันไม่ยอมให้สำรองทั้งเครื่องโดยไม่มีขอบเขต”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขซึ่งอยู่ในห้องทำงานชั้นบนเปิดลำโพงให้ธีรวัฒน์ แสงสุขได้ยิน
“ไฟล์ส่วนตัวควรอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่เครื่องบริษัท” เธอตอบ
“ขอบคุณสำหรับบทเรียนย้อนหลังค่ะ แต่ตอนนี้มันอยู่ในนั้นแล้ว”
ธีรวัฒน์ แสงสุขเขียนบนกระดาษแผ่นเล็กแล้วยื่นให้กมลวรรณ ประเสริฐสุข
ให้ดึงต่อหน้าทีม ลงบันทึกรายชื่อไฟล์ ห้ามเชื่อมอินเทอร์เน็ต
กมลวรรณ ประเสริฐสุขอ่าน แล้วพูด “คุณดึงได้ต่อหน้าทีม ไฟล์ต้องถูกบันทึกรายชื่อ และเครื่องตัดการเชื่อมต่อทั้งหมดระหว่างดำเนินการ”
“คุณมีเขานั่งอยู่ด้วยใช่ไหม”
“เกี่ยวอะไร”
“ถ้อยคำนี้ไม่ใช่ของคุณทั้งหมด”
ธีรวัฒน์ แสงสุขนิ่ง
กมลวรรณ ประเสริฐสุขตอบ “ถ้อยคำไหนที่ปกป้องบริษัทได้ ฉันใช้ได้ทั้งนั้น”
“คุณไว้ใจเขาเร็วมาก”
“คุณควรถามตัวเองว่าทำไมฉันต้องหาใครมาไว้ใจแทนคนที่อยู่ตรงนี้มาหลายปี”
ปลายสายเงียบไป
“ฉันจะทำตามขั้นตอน” ดารินทร์ ชัยพฤกษ์พูดในที่สุด “แล้วฉันจะไปเชียงใหม่”
“ดี”
“อย่าดีใจเร็วเกินไปค่ะ กมลวรรณ ประเสริฐสุข เมืองนี้ไม่มีใครออกจากเกมเพราะขึ้นเครื่องบิน”
สายตัด
ธีรวัฒน์ แสงสุขมองโทรศัพท์ในมือเธอ “เธอพูดเหมือนยังมีช่องทางอื่น”
“คุณให้ช่องทางหนึ่งกับเธอแล้ว”
“แฟลชไดรฟ์นั้นไม่เปิดออกไปไหนได้ไกลถ้าไม่มีใครคัดลอก”
“แล้วถ้าเธอเปิดที่บ้าน”
“ผมอยากให้เธอเปิดที่บ้าน”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขจ้องเขา “คุณบอกว่าข้อมูลไม่เป็นอันตราย”
“หน้ารายงานไม่อันตราย”
“มีอย่างอื่น?”
“มีโฟลเดอร์เข้ารหัส”
“ธีรวัฒน์ แสงสุข”
เขารู้ว่าน้ำเสียงนั้นไม่ใช่แค่ตำหนิ มันเป็นเส้นที่เขาอาจเหยียบใกล้เกินไป
“ชื่อโฟลเดอร์เป็นเหยื่อ” เขาบอก “ไม่ได้มีไฟล์จริงที่ทำร้ายบริษัท”
“ชื่ออะไร”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “สัญญาสมรส_ประเสริฐสุข”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขสีหน้าเปลี่ยน
ไม่มาก แต่พอให้เขารู้ว่าเขาแตะสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าแฟ้มธุรกิจ
“คุณเอาคำนี้มาจากไหน”
“จากเมทาดาทาในไฟล์บอร์ดดิบเมื่อคืน มี reference ไปยังเอกสารเก่าที่ไม่ได้อยู่ใน data room”
“คุณเปิดมัน?”
“ไม่ ผมเห็นชื่ออ้างอิง”
“แล้วคุณเอาไปทำโฟลเดอร์ล่อดารินทร์ ชัยพฤกษ์โดยไม่ถามฉัน”
“ผมต้องการรู้ว่าเธอรู้จักชื่อนั้นไหม”
“แล้วถ้าเธอรู้?”
“เธอจะเปิด”
“คุณปลดรหัสให้เธอหรือเปล่า”
ธีรวัฒน์ แสงสุขไม่หลบตา “ปลดไว้แล้ว”
ห้องทำงานเย็นขึ้นในความรู้สึกของเธอ ทั้งที่ระบบปรับอากาศไม่ได้เปลี่ยน
“คุณล่อเธอด้วยเรื่องส่วนตัวของครอบครัวฉัน”
“ด้วยชื่อที่ฝ่ายรั่วอาจใช้เป็นกุญแจ”
“คุณไม่มีสิทธิ์”
“ผมรู้”
“รู้แล้วยังทำ”
“เพราะถ้าชื่อนั้นเกี่ยวกับไฟล์ดิบและคนที่ขุดอดีตครอบครัวคุณ ผมต้องรู้ว่าใครในวงนี้สะดุ้งกับมัน”
“คุณอาจทำให้เธอสะดุ้งเพราะมันเจ็บ ไม่ใช่เพราะผิด”
“นั่นคือความเสี่ยง”
“ของใคร”
เขานิ่งไป
เธอเอ่ยช้าลง “ของฉัน ของบริษัท หรือของคนที่คุณตั้งใจใช้เป็นเหยื่อ”
“ของผมด้วย”
“อย่าเอาตัวเองมาวางเท่ากัน”
ประโยคนั้นเฉียบจนเขาเงียบ
กมลวรรณ ประเสริฐสุขเดินไปที่ตู้เอกสารด้านข้าง เปิดลิ้นชัก หยิบแฟ้มเก่าสีน้ำเงินออกมา เธอไม่ได้เปิดให้เขาดู เพียงถือไว้แน่น
“สัญญาสมรสนั้นไม่ใช่เรื่องซุบซิบ” เธอพูด “มันผูกกับสิทธิ์ในหุ้นผู้ก่อตั้งบางส่วนก่อนพ่อฉันแต่งงานครั้งที่สอง และถ้ามันถูกตีความผิด จะทำให้คนคิดว่า Sira Maison มีโครงสร้างกรรมสิทธิ์สกปรกมาตั้งแต่ต้น”
ธีรวัฒน์ แสงสุขรับฟังโดยไม่ขยับ
“มันเกี่ยวกับพัชรี เลิศประเสริฐไหม” เขาถาม
กมลวรรณ ประเสริฐสุขมองเขา “ทำไมถามแบบนั้น”
“เพราะถ้าใครจะใช้เรื่องกรรมสิทธิ์เพื่อบีบซื้อบริษัทก่อน IPO คนคนนั้นต้องได้ประโยชน์จากการทำให้สิทธิ์หุ้นดูไม่มั่นคง”
“พัชรี เลิศประเสริฐเคยถามถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรุ่นแรกอย่างละเอียดเกินจำเป็น”
“ผ่านใคร”
“ผ่านดารินทร์ ชัยพฤกษ์”
คำตอบนั้นทำให้ทั้งสองเงียบพร้อมกัน
ธีรวัฒน์ แสงสุขพูดเบาลง “งั้นโฟลเดอร์นั้นอาจไม่ใช่เหยื่อผิดตัว”
“หรือมันอาจบอกคนที่กำลังกลัวว่าเรารู้มากกว่าที่รู้จริง”
“ใช่”
“คุณชอบสร้างภาพว่าเรารู้มากกว่าที่รู้จริง”
“บางครั้งทำให้คนรีบ”
“บางครั้งทำให้คนระเบิดสิ่งที่เรายังปิดไม่ทัน”
“ผมจะรับผิดชอบ”
“ด้วยอะไร ถ้ามันหลุด”
เขาไม่มีคำตอบที่ดีพอ และความเงียบของเขาครั้งนี้ไม่ช่วยอะไร
กมลวรรณ ประเสริฐสุขปิดแฟ้มเก่าลงทั้งที่ยังไม่ได้เปิด
“ส่งรายละเอียดแฟลชไดรฟ์ทั้งหมดให้ฉันเดี๋ยวนี้” เธอสั่ง “โครงสร้างไฟล์ ชื่อไฟล์ checksum ทุกอย่างที่คุณทำไว้”
“ได้”
“และต่อจากนี้ ถ้าแผนคุณแตะเรื่องครอบครัวฉัน คุณบอกก่อน”
“ได้”
“ไม่ใช่เพราะฉันอยากควบคุมคุณ”
“ผมเข้าใจ”
“คุณยังไม่เข้าใจ แต่คุณจะทำตาม”
เขาพยักหน้า “ผมจะทำตาม”
เธอมองเขาอยู่นาน ก่อนพูดต่อด้วยเสียงที่เย็นลงอีกระดับ
“จนกว่าฉันจะตรวจ checksum และโครงสร้างไฟล์ทั้งหมดเสร็จ สิทธิ์เข้าถึงเอกสารครอบครัวทุกชุดของคุณถูกพัก”
ธีรวัฒน์ แสงสุขเงยหน้าขึ้น
“รวมถึงเมทาดาทาที่อ้างถึงเอกสารส่วนตัว?” เขาถาม
“รวมถึงทุกอย่างที่แตะชื่อครอบครัวฉัน”
“เข้าใจครับ”
“ถ้าทีมระบบต้องอ่าน ให้ทีมระบบอ่านภายใต้คำสั่งฉัน คุณดูเฉพาะผลที่ผ่านการตัดส่วนส่วนตัวแล้ว”
เขารับคำช้า ๆ “ครับ”
มันไม่ใช่การไล่เขาออกจากงาน
แต่เป็นการดึงมีดออกจากมือเขาชั่วคราว
ธีรวัฒน์ แสงสุขรู้สึกถึงน้ำหนักนั้นชัดกว่าคำตำหนิ
เธอหันกลับไปที่หน้าต่างซึ่งมองลงไปเห็นรถบนถนนเพลินจิตเคลื่อนเป็นเส้นติดขัดของวันทำงาน
ไม่มีฝน ไม่มีภาพพร่า มีเพียงความร้อนเช้าสายที่ทำให้หลังคารถสะท้อนแสงขาวจ้า
ธีรวัฒน์ แสงสุขไม่ได้พูดต่อทันที
เขาเดินออกจากห้องทำงานของเธอไปยังโถงหน้าลิฟต์ ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวเกือบห้านาที กาแฟในแก้วกระดาษเย็นจนกลิ่นไหม้จางลง เหลือแต่รสขมติดลิ้น
เขารู้ว่าตัวเองทำถูกในเชิงงาน
และรู้พร้อมกันว่าคำว่า “ถูก” ไม่ได้ซ่อมรอยขาดทุกชนิด
หนังบางผืน เมื่อกรีดผิดตำแหน่ง ต่อให้เย็บกลับด้วยด้ายดีที่สุด รอยนั้นก็ยังบอกว่าครั้งหนึ่งมีคนใช้มีดก่อนถามเจ้าของ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความถึงกมลวรรณ ประเสริฐสุข
ผมจะไม่ใช้ชื่อส่วนตัวของคุณเป็นวัสดุโดยไม่ขออีก
เขามองข้อความนั้นอยู่พักหนึ่ง แล้วกดส่ง
คำตอบมาช้ากว่าปกติ
คืนนี้เราคุยเรื่องขอบเขตใหม่ ตอนนี้ส่ง checksum
เขาหลับตาเพียงเสี้ยววินาที
ไม่ใช่การให้อภัย
แต่ไม่ใช่การไล่ออกจากห้อง
สำหรับตอนนี้ แค่นั้นก็เป็นเพดานที่เขาต้องยอมรับ
เมื่อเขากลับเข้าไปในห้องทำงาน เธอยังยืนอยู่ที่เดิม
“ถ้าเธอเปิดคืนนี้” เธอพูด “คุณจะรู้ได้ยังไง”
“แฟ้มปลดรหัสไว้ก็จริง แต่เมื่อเปิดเอกสาร index ภายใน มันจะเรียกภาพโปร่งใสจากเซิร์ฟเวอร์ที่ผมตั้งไว้ เป็นไฟล์หนึ่งพิกเซล ไม่มีข้อมูลบริษัท”
“ติดตาม IP”
“ใช่”
“ผิดกฎหมายไหม”
“อยู่ในขอบเขตไฟล์ที่ผมสร้างและส่งให้เธอโดยตรง แต่ขอบเขตสีเทา”
“คืนนี้มีแต่สีเทาเต็มไปหมด”
“ผมรู้”
“ส่งข้อมูลมา”
เขาทำทันที
ช่วงบ่ายแก่ ก่อนรถของดารินทร์ ชัยพฤกษ์จะออกจากตึก ผู้ช่วยฝ่ายเดินทางเข้ามารายงานว่าข้อความจากสายการบินเปลี่ยนจาก “อาจล่าช้า” เป็น “เลื่อนเวลาไม่มีกำหนดเพื่อตรวจระบบเทคนิค” ทีมตรวจคลังสองคนยืนรอคำสั่งอยู่หน้าลิฟต์พร้อมกระเป๋าเอกสาร
กมลวรรณ ประเสริฐสุขสั่งทันที “ให้ทีมไปก่อนหนึ่งคน อีกคนรอดารินทร์ ชัยพฤกษ์ที่สนามบินจนกว่าสายการบินยืนยันไฟลต์สุดท้าย ถ้ายกเลิกทั้งหมด ให้เปลี่ยนเป็นเช้าพรุ่งนี้”
ธีรวัฒน์ แสงสุขยืนอยู่ข้างโต๊ะ ไม่พูดว่า “สะดวกเกินไป”
เพราะกมลวรรณ ประเสริฐสุขพูดก่อน
“นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ”
เขาพยักหน้า “ข้อความที่คุณได้รับเมื่อเช้าเริ่มมีน้ำหนัก”
“และถ้าเขาอยากให้เธอเปิดของที่บ้าน เราต้องรู้ว่าเขาคิดว่าเธอจะกลับบ้านได้ยังไง”
“ตอนนี้เราเห็นแล้ว”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความให้ทีมติดตามภายในโดยไม่ให้ดารินทร์ ชัยพฤกษ์รู้ตัว
แต่ไม่มีคำสั่งให้จับ ไม่มีคำสั่งให้ยึดแฟลชไดรฟ์
บางกับดักต้องปล่อยให้เหยียบ
แม้คนที่เหยียบอาจเป็นทั้งผู้ต้องสงสัยและคนที่กำลังจมน้ำ
คืนนั้น ดารินทร์ ชัยพฤกษ์กลับถึงคอนโดหลังจากเที่ยวบินเชียงใหม่ถูกเลื่อนเพราะเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่สนามบิน เธอใช้ความล่าช้านั้นเป็นเหตุผลขอเดินทางเช้าวันถัดไปแทน ทีมตรวจคลังไปก่อนหนึ่งคน อีกคนถูกสั่งรอเธอที่สนามบินเช้า
เธอไม่เปิดไฟห้องทั้งหมด มีเพียงโคมอ่านเอกสารบนโต๊ะทำงานกับแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ผ้าม่านปิดสนิท เครื่องปรับอากาศส่งลมเย็นสม่ำเสมอจนกระดาษบนโต๊ะสั่นเบา ๆ
บนชั้นข้างโต๊ะมีแฟ้มบางเล่มเสียบอยู่ระหว่างเอกสารภาษีและใบแจ้งหนี้ส่วนตัว สันแฟ้มเขียนด้วยปากกาน้ำเงินว่า **HOSPITAL-แม่/สัญญาชำระหนี้ 19-MK-44** ตัวหนังสือซีดจากการถูกจับบ่อยเกินไป
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองมันเพียงแวบเดียว แล้วหันหนีเหมือนคนรู้ว่ามีมีดวางอยู่แต่ยังไม่พร้อมเลือดออก
แฟลชไดรฟ์สีดำวางอยู่ข้างคีย์บอร์ด
เธอมองมันอยู่นานก่อนพึมพำกับตัวเอง
“คุณอยากให้ฉันเปิด”
ไม่มีใครตอบ
เธอเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าเครื่อง หน้าต่างไดรฟ์เด้งขึ้นมา
ไฟล์รายงานเรียงอยู่ตามที่ธีรวัฒน์ แสงสุขบอก: สรุปค่าโลจิสติกส์ทั่วไป ตารางค่าใช้จ่ายรายเดือน เอกสารอ้างอิงที่อ่านแล้วไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีชื่อโรงฟอก ไม่มีเส้นทางเงิน ไม่มีชื่อช่าง
“สะอาดจริงด้วย” เธอพูดเบา ๆ “สะอาดจนตั้งใจ”
เธอเลื่อนลงไปจนสุดหน้าต่าง
โฟลเดอร์หนึ่งปรากฏอยู่ด้านล่าง
สัญญาสมรส_ประเสริฐสุข
มือของดารินทร์ ชัยพฤกษ์หยุดบนเมาส์
เธอไม่กะพริบตาเป็นเวลาหลายวินาที จากนั้นหัวเราะออกมาครั้งเดียว สั้น แห้ง และเจ็บกว่าที่เธอตั้งใจ
“เลวใช้ได้ คุณธีรวัฒน์ แสงสุข”
เธอดับเบิลคลิก
หน้าต่างถามรหัสผ่านขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที แล้วปลดออกเอง
เธอผงะจากเก้าอี้เล็กน้อย
“ปลดให้แล้ว?”
ภายในมีไฟล์เดียวชื่อ INDEX_README.pdf
เธอไม่เปิดทันที
เธอลุกไปหยิบน้ำจากแก้วบนชั้นวาง ดื่มไปครึ่งแก้ว ยืนหันหลังให้โต๊ะเหมือนกำลังต่อรองกับสิ่งที่มองไม่เห็น
โทรศัพท์ของเธอสั่น
ข้อความจากหมายเลขไม่บันทึกชื่อขึ้นมา
เปิดแล้วส่งหน้าจอ
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองข้อความนั้น สีหน้าค่อย ๆ แข็งจนไม่เหลือความลังเลให้เห็น
เธอพิมพ์ตอบ
คุณรู้ได้ยังไงว่ามีอะไรให้เปิด
อีกฝ่ายตอบทันที
อย่าถามผิดเวลา
เธอมองแฟลชไดรฟ์ มองหน้าจอ มองข้อความ แล้วกดโทรออกไปยังหมายเลขนั้น
ไม่มีสัญญาณรับสาย
เธอพิมพ์อีกครั้ง
ฉันไม่ได้ทำงานให้คุณฟรี
คำตอบกลับมา
คุณไม่ได้ทำงานฟรี คุณกำลังใช้หนี้ สัญญา 19-MK-44 ยังอยู่กับเรา
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์วางโทรศัพท์ลงแรงจนเครื่องกระแทกโต๊ะ
เสียงนั้นทำให้กรอบรูปเล็ก ๆ ข้างแฟ้มสั่น
ในรูป ผู้หญิงวัยกลางคนนั่งอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ยิ้มอ่อนล้า มือข้างหนึ่งจับมือดารินทร์ ชัยพฤกษ์ไว้แน่นกว่าสายน้ำเกลือ
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หลับตา
ภาพเมื่อสองปีก่อนแล่นกลับมาโดยไม่ขออนุญาต ห้องพักผู้ป่วยพิเศษที่เธอไม่ควรจ่ายไหว ใบเสนอค่ารักษาที่เพิ่มทุกสัปดาห์ เสียงคนกลางที่บอกว่า “ไม่ใช่เงินกู้ เป็นวงเงินช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับคนของ Sira Maison” และเอกสารที่เธอเซ็นโดยไม่อ่านบรรทัดเล็กพอ
หลังจากนั้น ทุกอย่างกลายเป็นตัวเลขที่มีเงา
เธอกลับไปนั่ง เปิดไฟล์ INDEX_README.pdf
เอกสารว่างเปล่า มีเพียงข้อความหนึ่งบรรทัดกลางหน้า
ถ้าคุณถูกบังคับ ให้ติดต่อกมลวรรณ ประเสริฐสุขก่อนขึ้นเครื่อง
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์จ้องประโยคนั้น
แล้วหน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นอีกครั้ง
ส่งหน้าจอ เดี๋ยวนี้
เธอปิดไฟล์ทันที ดึงแฟลชไดรฟ์ออกจากเครื่อง ราวกับมันร้อน
“เขาไม่ได้ล่อฉันคนเดียว” เธอกระซิบ “เขาล่อคนที่ดูฉันอยู่”
ที่อีกฝั่งของกรุงเทพฯ ธีรวัฒน์ แสงสุขนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานชั่วคราวของ Sira Maison เมื่อแจ้งเตือนหนึ่งพิกเซลถูกเรียกขึ้นมา
เขาไม่ได้อยู่คนเดียว
เจ้าหน้าที่ไอทีเวรดึกนั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไป เป็นคนบันทึกเวลาและ hash ของไฟล์ เขาเพียงดูเส้นแจ้งเตือนบนหน้าจอ แล้วชี้ตำแหน่งให้ทีมระบบเก็บหลักฐานตามขั้นตอน
จากนั้นเขาโทรหากมลวรรณ ประเสริฐสุขทันที
เธอรับสายก่อนเสียงเรียกครั้งที่สองจบ
“เปิดแล้ว?”
“ใช่”
“ที่ไหน”
“IP บ้านเธอ”
“แล้ว?”
“มีการเรียกจากเครื่องเดียว ยังไม่มีการส่งต่อจากไฟล์นั้น”
“คุณรู้ได้แค่นั้น?”
“ตอนนี้ใช่”
“รอ”
“ผมรออยู่”
“ไม่ คุณไปนอน”
“ยังไม่ได้”
“อย่าทำตัวเป็นเครื่องมือที่ไม่ต้องพัก”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “เธออาจติดต่อคุณ”
“ฉันเปิดเครื่องไว้”
“ถ้าเธอไม่ติดต่อ?”
“พรุ่งนี้เธอต้องขึ้นเครื่อง”
“หรือคนที่บังคับเธอจะไม่ให้ขึ้น”
กมลวรรณ ประเสริฐสุขหลับตาลง “ส่งตำแหน่งแจ้งเตือนให้ทีมระบบเก็บไว้ แล้วกลับบ้าน”
“คุณสั่งในงานหรือสั่งเพราะเป็นห่วง”
“อย่าทำให้ฉันต้องเลือกคำตอนตีหนึ่ง”
เขาได้ยินความล้าในเสียงเธอ และเลือกไม่กดต่อ
“ผมจะส่งข้อมูล แล้วพักหนึ่งชั่วโมง”
“สี่ชั่วโมง”
“สอง”
“สาม”
“ตกลง”
“ดี”
สายตัดไป
ธีรวัฒน์ แสงสุขมองหน้าจอที่มีเพียงตัวเลขเวลา IP และชื่อไฟล์อ่านแล้ว เขารู้ว่ามันน้อยเกินไป แต่ในเกมที่คนรั่วเลือกซ่อนตัวหลังคนอื่น การได้เห็นเงาเคลื่อนหนึ่งครั้งก็ยังดีกว่ามืดสนิท
ในคอนโดของดารินทร์ ชัยพฤกษ์ โทรศัพท์ยังสว่างอยู่บนโต๊ะ
ส่งหน้าจอ เดี๋ยวนี้
เธอหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วค้างเหนือแป้นพิมพ์
ถ้าเธอส่งหน้าจอ เธอจะพิสูจน์ว่าถูกบังคับต่อไป
ถ้าเธอไม่ส่ง คนที่ถือสัญญา 19-MK-44 อาจทำให้หนี้กลายเป็นคุกที่ไม่มีผนัง
ถ้าเธอโทรหากมลวรรณ ประเสริฐสุข เธอต้องยอมรับว่าเรื่องที่เธอป้องกันมาหลายปีไม่ได้อยู่ในมือเธออีกแล้ว
นอกหน้าต่าง กรุงเทพฯ หลังเที่ยงคืนยังมีแสงมากเกินไปสำหรับเมืองที่ควรหลับ
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองรูปแม่บนโต๊ะ มองแฟ้มโรงพยาบาล มองแฟลชไดรฟ์สีดำที่นอนนิ่งเหมือนเข็มเย็บผ้าที่เพิ่งแทงทะลุหนังผิดชั้น
เธอกดหาชื่อกมลวรรณ ประเสริฐสุขในโทรศัพท์ แล้วค้างนิ้วไว้เหนือปุ่มโทรอยู่นาน
ข้อความจากหมายเลขเดิมเด้งขึ้นมาอีกครั้ง
คืนนี้คุณต้องเลือกว่าจะใช้หนี้ หรือใช้เธอเป็นโล่
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์หลับตา
แล้วกดโทรออก
สายดังหนึ่งครั้ง
สองครั้ง
สามครั้ง
ก่อนเสียงของกมลวรรณ ประเสริฐสุขจะรับขึ้นมา เย็นและตื่นเต็มที่
“คุณควรนอนเพื่อขึ้นเครื่องเช้า”
ดารินทร์ ชัยพฤกษ์มองข้อความบนจอที่ยังไม่ดับ
“ฉันมีของที่คุณต้องเห็นก่อนค่ะ” เธอพูด “และคราวนี้ ถ้าคุณโกหกฉัน เราจะไม่มีใครเหลือให้ยืนข้างใครทั้งนั้น”